วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2555

ปวดท้องตรงไหน เป็นอะไรกันแน่ ?

อาการปวดท้องมักจะเกิดขึ้นอยู่เสมอ

แต่ส่วนมากเราจะไม่ค่อยรู้สาเหตุว่าปวดเพราะอะไร ทนได้ก็ทน แค่ถ้าทนไม่ได้ถึงจะกินยาแก้ปวด มูลนิธิหมอชาวบ้านจึงให้คำแนะนำว่า หน้าท้องแข็งเป็นดาน กดแล้วเจ็บ หรือกดแล้วท้องยุบลงไป แต่เจ็บทันทีที่ปล่อยมือ มีไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระมีสีดำ ปัสสาวะไม่ออกหรือถ่ายเป็นเลือด หน้าซีด เป็นลม ตัวเย็น เหงื่อออก ไม่รู้สึกตัว เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ตัวเหลือง อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หรือข้อใดข้อหนึ่ง ต้องรีบไปหาหมอทันที





เราสามารถแบ่งบริเวณที่ปวดท้องได้เป็น 9 ส่วน คือ




1. ชายโครงขวา คือตับและถุงน้ำดี


    อาการที่พบมักจะกดแล้วเจอก้อนแข็งร่วมกับอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ซึ่งสันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่า อาจเป็นโรคเกี่ยวกับตับหรือถุงน้ำดี เช่น ตับอักเสบ ฝีในตับ ถุงน้ำดีอักเสบ



2. ใต้ลิ้นปี่ คือ กระเพาะอาหาร ตับอ่อน ตับ และกระดูกลิ้นปี่



       - ปวดเป็นประจำเวลาหิวหรืออิ่ม อาจเป็นโรคเกี่ยวกับกระเพาะ


       - ปวดรุนแรงร่วมกับคลื่นไส้อาเจียน อาจเป็นโรคตับอ่อนอักเสบ


        - คลำเจอก้อนเนื้อค่อนข้างแข็งและมีขนาดใหญ่ อาจหมายถึงตับโต


        - คลำได้ก้อนสามเหลี่ยมแบนเล็กๆ มักเป็นกระดูกลิ้นปี่




3. ชายโครงขวา คือ ม้าม ซึ่งมักจะคลำเจอก้อนเนื้อบริเวณนี้




4. บั้นเอวขวา คือท่อไต ไต ลำไส้ใหญ่


    - ปวดร่วมกับถ่ายอุจจาระผิดปกติหรือถ่ายเป็นเลือด อาจเป็นเพราะลำไส้ใหญ่อักเสบ


    - ปวดร้าวถึงต้นขา อาจเป็นนิ่วในท่อไต


    - ปวดร่วมกับปวดหลัง มีไข้ หนาวสั่น ปัสสาวะขุ่น อาจเป็นกรวยไตอักเสบ


    - คลำเจอก้อนเนื้อ อาจเป็นไตโตผิดปกติหรือเนื้องอกในลำไส้ใหญ่




5. รอบสะดือ คือ ลำไส้เล็ก มักพบในโรคท้องเดินหรือไส้ติ่งอักเสบ (ก่อนจะย้ายมาปวดท้องน้อยขวา) แต่ถ้าปวดแบบมีลมในท้อง ก็อาจเป็นเพราะกระเพาะลำไส้ทำงานผิดปกติ




6. บั้นเอวซ้าย คือ ท่อไต ไต ลำไส้ใหญ่ (เหมือนข้อ 4)




7. ท้องน้อยขวา คือ ไส้ติ่ง ท่อไต และปีกมดลูก


   - ปวดเกร็งเป็นระยะ ร้าวมาที่ต้นขา อาจเป็นเพราะมีก้อนนิ่วในกรวยไต


    - ปวดเสียดตลอดเวลา กดแล้วเจ็บมาก มักเป็นไส้ติ่งอักเสบ


   - ปวดร่วมกับมีไข้สูง หนาวสั่น มีตกขาว มักเป็นเพราะปีกมดลูกอักเสบ


   - คลำแล้วเจอก้อนเนื้อ อาจเป็นก้อนไส้ติ่งหรือรังไข่ผิดปกติ




8. ท้องน้อย คือ กระเพาะปัสสาวะและมดลูก


   - ปวดเวลาถ่ายปัสสาวะหรือถ่ายกระปริบกระปรอย มักเป็นเพราะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ


  - ปวดเกร็งเวลามีประจำเดือน เป็นอาการปวดประจำเดือน แต่ในรายที่ปวดเรื้อรังในหญิงแต่งงานแล้วไม่มีบุตร อาจเป็นเนื้องอกในมดลูก




9. ท้องน้อยซ้าย คือ ปีกมดลูกและท่อไต


   - ปวดเกร็งเป็นระยะและร้าวมาที่ต้นขา มักเป็นนิ่วในท่อไต


    - ปวดร่วมกับมีไข้ หนาวสั่น ตกขาว เป็นเพราะมดลูกอักเสบ


    - ปวดร่วมกับถ่ายอุจจาระผิดปกติ อาจเป็นเพราะลำไส้ใหญ่อักเสบ


     - คลำพบก้อนร่วมกับอาการท้องผูกเป็นประจำ อาจเป็นเนื้องอกในลำไส้.

9 เรื่อง ที่วัยรุ่น อยากลบทิ้งไปจากโลกนี้

ถ้า เรื่องแย่ ๆ น่าเวียนเฮดทั้งหลายในโลกนี้ สามารถทำให้หายไปได้ง่ายๆ เหมือนการกด Backspace หรือ Delete จะดีแค่ไหนหนอ เอาแค่ 9 เรื่อง ที่ไอไลค์โพลคัดมาในฉบับนี้ถ้าหายไปได้หละก็… วัยรุ่นทั้งโลกก็คงแฮปปี้ดี๊ด๊ากระชุ่มกระชวยขึ้นอีกหลายสิบเท่าเลยทีเดียว



1.สิว
ไม่ เข้าใจเลยว่า…ในเมื่อธรรมชาติสร้างวัยรุ่นให้มีใบหน้าใส ๆ ก่อนโรยราไปตามสังขาร แล้วเหตุไฉนถึงต้องสร้างสิวมาให้สถิตตามใบหน้าด้วย พอเอาเม็ดนี้ออกไปได้เม็ดนี้จะสูญหายไปได้อย่างถาวร จะเป็นอะไรเวรี่กู้ดมาก ๆ เลยคร่า

2. ประจำเดือน
เป็น ผู้หญิงก็ลำบากแฮะ ไหนจะต้องคอยดูแลทั้งหนังหน้า สารร่าง และเส้นผมบนหนังกบาลแล้ว ก็ต้องมีเรื่องที่ทำให้จุกจิกกวนตัวอยู่ทุกเดือนอีก ถ้าวิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวไกล สามารถคิดค้นวัคซีนป้องกันการเป็นเมนส์ได้ละก็…เอิ่ม…อ่า…ก็คงเป็น อะไรที่ฝืนธรรมชาติน่าดูเลยแฮะ(มนุษยชาติถึงคราวสูญพันธุ์ก็ตรงนี้แหละ วุ้ย)

3. สมุดพกที่ได้เกรด 0
อยาก รู้จริงๆ ว่าผู้ได๋เป็นผู้ตั้งกฎว่าการวัดผลการเรียนควรแบ่งเป็นเกรด 4 3 2 1 และ 0 เขาหรือเธอผู้นั้นจะรู้ไหมว่าเป็นต้นเหตุนำไปสู่การทำให้พ่อแม่ผู้ปกครอง ต้องเคี่ยวเข็ญแอนด์เข้มงวดลูกหลานเกินความจำเป็น ยิ่งถ้าเป็นเกรดรูปไข่ติดมาในสมุดพก…มีหวังโดนบ่นจนหูชาแน่

4. หนี้
หนี้…เนี่ย ไม่ว่าจะเป็นหนี้ไหนๆ ก็ล้วนแต่ทำให้ลูกหนี้กุมขมับนอนก่ายหน้าผากเลยทีเดียว หนำซ้ำยังมีดอกเบี้ยติดมาด้วย แหม้มมม…ถ้าเป็นดอกเบี้ยหัวใจแล้ว จะไม่กลุ้มใจเลยสักนิด (เฮ้ย มั่วแล้ววุ้ย) เอาเป็นว่า…ขอสรุปเลยแล้วกัน ถ้าต้องปลดหนี้ด้วยการเป็นทาสรับใช้เศรษฐีหนุ่มหล่อ อย่างในละครเวทีละก็…ยินดีคร่า (เอ่อ..ชักมั่วยิ่งกว่าเก่าอีกนะคนเขียน)

5. แฟนของคนที่เราแอบชอบ
เรื่อง หัวใจมันกะเกณฑ์ไม่ได้จริงๆ คนที่ควรชอบก็ไม่ชอบ ดั๊นนน…ไปหลงรักคนที่มีแฟนแล้ว จะให้ใจกล้าหน้าด้านแย่งแฟนชาวบ้านมาครอบครองก็ทำไม่ลง เพราะเสน่ห์และคารมมีไม่พอ…หุหุ ก็ได้แต่วาดฝันลมๆ แล้ง ๆ ไปว่า ถ้ามีพรวิเศษจริง ก็ขอให้แฟนของคนที่เราชอบหายลับหายไปสักทีเทิ้ด

6. การบ้านกองโต
ชีวิต วัยรุ่นร่าเริงลั้นลาเนี่ย มักจะมาจอดสนิท เ่ยวเฉาสุดๆ ก็เมื่อเจอการบ้านเนี่แหละ แถมส่วนใหญ่มักจะเป็นการบ้านกองโตเสียด้วย สาเหตุมาจากพฤติกรรมดินพอกหางหมูนี่แหละ เมื่อไหร่นะ ? เมื่อไหร่ที่คุณครูจะเลิกแจกการบ้านให้นักเรียนสักที? วันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่กัน??? (คงเป็นวันที่โลกแตกนั่นแหละ)

7. ครูที่จุกจิกจู้จี้
ก็ เข้าใจว่าที่ครูคอยจุกจิกจู้จี้พร่ำบ่นพวกเราน่ะ ก็ด้วยความเป็นห่วงหวังดีอย่างจริงใจ แต่คุณครูขา…พวกหนูเป็นพวกโสตประสาทระดับต่ำกว่ามาตราฐาน เวลาฟังอะไรซ้ำ ๆ นาน ๆ เข้า ก็มักจะเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาไม่ได้ซึมเข้าไปในเซลล์สมองค่ะ คุณครูเปลืองน้ำลายเปล่า ๆ ปลี้ ๆ อยากบอกให้รู้อ่ะค่ะ แหะ ๆ

8. สัตว์เลื้อยคลานที่น่ารังเกียจ
งู เหลือม งูหลาม จิ้งจก ตุ๊กแก กิ้งก่า จิ้งเหลน และอีกสารพัดสัตว์เลื้อยคลานน่าหยึกหยึย แค่นึกภาพในหัวก็ขยะแขยงไปถึงขั้วหัวใจแย้ว ก็ดูสิ…ทั้งรูปร่าง สี หรือผิวหนัง แบบว่าอั๊กลี่มากกกกไม่รู้ธรรมชาติสร้างขึ้นมาได้ไง อี๋ๆๆ ถ้าหายไปจากโลกนี้ไม่ได้ด้วยเหตุผลทางนิเวศวิทยา ก็ขอให้น่ารักสักเศษเสี้ยวของหนูแฮมทาโร่ ก็ยังดี

9. ไขมัน
นี่แหละ คือตัวการที่ทำหลายคนต้องสูญเสียความสวย ความมั่นใจ ความภาคภูมิ ศักดิ์ศรี เสรีภาพ และอื่นๆ อีกมากมาย แถมมันยังติดเหนียวหนึบตามบอดี้ยิ่งกว่าหมากฝรั่งติดพื้นรองเท้าเสียอีก กว่าจะแกะออกไปได้ ก็ช่างยากเย็นหนักหนา แต่นี่น่ากลัวกว่านั้นก็ตอนที่มันหวนกลับคืนมาน่ะสิ คราวนี้ล่ะติดหนึบยิ่งกว่ากาวตราช้างสิบหลอดรวมกันเสียอีก

9สัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก [มันใหญ่จริงๆอะ !!!!]



1. หมาที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก (ไม่ใช่สูงนะ)หมายักษ์ตัวนี้มีชื่อว่าHercules มันถูกบันทึกโดยGuinness Recordว่าเป็นหมาที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก Herculesเป็นหมาพันธุ์นึงของอังกฤษ มีรอบคอกว้าง38นิ้ว และน้ำหนักตัวถึง282ปอนด์ หมายักษ์อายุ3ขวบตัวนี้มีขนาดใหญ่และหนักกกว่ามาตรฐานถึง200ปอนด์ เจ้าของได้บอกว่าเค้ก็เลี้ยงดูมันปกติ ไม่ได้มีอะไรที่พิเศษ"ผมก็ให้อาหารมันปกตินะ แล้วมันก็โตเอาโตเอาแล้วก็โตเอา"




2. ม้าที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลกม้าตัวนี้ชื่อRadarเป็นม้าพันธุ์เบลเยี่ยม ถือเป็นม้าที่ยังมีชีวิตอยู่ที่สูงที่สุดในโลก มันมีขนาดยักษ์ สูงถึง6ฟุต 7นิ้วครึ่ง โดยวัดจากกีบเท้าไปจนถึงช่วงไหล่ เป็นม้าจากMount Pleasant ซึ่งอยู่ในรัฐTexas เนื่องจากมันมีน้ำหนักตัวถึง2,400ปอนด์ จึงทำให้มันก็ต้องการอาหารมากกว่าปกติ มันต้องการน้ำถึง20แกลลอนต่อวัน และกินอาหารถึงวันละ18ปอนด์เลยล่ะ




3. วัวที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลกมันตัวใหญ่พอๆกับช้างขนาดเล็กเลย มันมีชื่อว่าChilli วัวหนุ่มยักษ์ตัวนี้สูงถึง6ฟุต6นิ้ว และมีน้ำหนักเกิน1ตันซะอีก


4. หมูที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก


พิพิธภัณฑ์การเกษตรและกสิกรรมของจังหวัดLiaoningซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน ได้ยื่นคำร้องต่อGuinness Book of Recordsให้บันทึกหมูที่มีน้ำหนักตัวถึง900กิโลกรัมตัวนี้ให้เป็นหมูตัวที่ใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมา หลังจากที่มันได้ตายไปเมื่อวันที่5กุมภาพันธ์ ตอนที่มันตายนั้น มันมีความยาวถึง2.5เมตร มีรอบเองถึง2.23เมตร และเขี้ยวยาว14.4เซนติเมตร ตามที่Xu Changjin ชาวนาเมืองWafangdianได้บอกว่า หมูตัวนี้มีอายุแค่5ปีเท่านั้น และตลอดเวลาที่มันมีชีวิตอยู่ เค้าได้เลี้ยงมันด้วยอาหารคุณภาพอย่างดี



5. ปลาบึกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกปลาบึกแห่งแม่น้ำโขงตัวนี้เป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยความยาวถึง2.7เมตร และน้ำหนักตัวถึง646ปอนด์ มันมีขนาดใหญ่พอๆกับหมีGrizzlyเลยทีเดียวปลาบึกตัวนี้ถูกจับได้ในภาคเหนือของประเทศไทยโดยนักตกปลาท้องถิ่นเมื่อปี2005 และอาจเป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยบันทึกเอาไว้ นักตกปลาหลายคนอาจมองว่ายังมีปลาที่ตัวใหญ่กว่านั้นในแม่น้ำ เช่นปลาSturgeon ซึ่งอพยพไปมาระหว่างแม่น้ำและทะเล เพราะฉะนั้นมันจึงไม่ถูกนำมาพิจารณาว่าเป็นพันธุ์ปลาน้ำจืด



6. หมาที่ตัวสูงที่สุดในโลก(เพิ่งตายเมื่อไม่นานมานี้)Herculesอาจเป็นหมาที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก แต่หมาที่ตัวสูงที่สุดในโลกที่Guinness World Recordsได้บันทึกไว้นั้นคือสุนัขพันธุ์Great Daneที่มีชื่อว่าGibsonตัวนี้ ซึ่งมีน้ำหนัก170ปอนด์ และสูงถึง7ฟุต สูงกว่านักบาสNBAส่วนใหญ่ซะด้วยซ้ำ




7. สัตว์สายพันธุ์แมวที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลกJungle Islandที่รัฐMiamiถือเป็นบ้านของLiger(การผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างสิงโตตัวผู้กับเสือตัวเมีย)มันมีชื่อว่าHercules เป็นLigerที่ถือว่ามีรูปร่างพอดีไม่อ้วนเกินไป ที่ตัวใหญ่ที่สุด LigerถูกบันทึกในGuinness Book Of World Recordsว่าเป็นสัตว์สายพันธุ์แมวที่มีขนาดใหญ่ที่ในโลก โดยมีน้ำหนักตัวถึง900ปอนด์




8. ปลากระเบนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เท่าที่เคยจับได้มันต้องใช้เวลาถึงชั่วโมงครึ่ง กับคนอืก13คน ถึงจะลากมันขึ้นมาจากน้ำได้ เมื่อเอามาชั่งน้ำหนักแล้ว มันมีน้ำหนักตัวถึง55stone(1 stone = 6.35029318 kilograms) ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ เมื่อIan Welchคนที่พยายามจะดึงมันขึ้นมาคนแรก ถึงกํบเกือบตกลงไปในแม่น้ำด้วยแรงดึงของมัน นักตกปลาจากAldershot,Hampshireได้มาตกปลาที่ประเทศไทย ปลากระเบนตัวนี้ถือเป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่จับโดยใช้คันเบ็ด ปลากระเบนตัวนี้มีลำตัวยาว7ฟุตและเมื่อรวมหางแล้วก็เท่ากับ10ฟุต




9. ฉลามที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เท่าที่เคยจับได้ฉลามวาฬยักษ์ตัวนี้ถูกจับได้ริมชายฝั่งของประเทศจีนโดยกลุ่มชาวประมงกลุ่มนึง มันมีขนาดตัวยาว10เมตร และน้ำหนักตัว8ตัน ฉลามวาฬถือเป็นปลามีชีวิตที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ถูกประเมินว่าพวกมันอาจมีขนาดถึง18เมตรเลยทีเดียว โดยพวกมันมักจะอาศัยอยู่ในน้ำอุ่นแนวชายฝั่งและทะเลเปิด และจะใช้เวลาส่วนใหญ่บนผิวน้ำ

วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2555

141 เรื่องที่สุดในโลก

1.ทวีปที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ทวีปเอเซีย
2.ทวีปที่เล็กที่สุดในโลก - ทวีปออสเตรเลีย
3.คาบสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลก - คาบสมุทรอาหรับ
4.มหาสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลก - มหาสมุทรแปซิฟิก
5.มหาสมุทรที่เล็กที่สุดในโลก - มหาสมุทรแอนตาร์กติก

6.ทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ทะเลจีนใต้
7.ทะเลส่วนที่ลึกที่สุดในโลก - บริเวณChallenger ใกล้เกาะมาเรียนา ในมหาสมุทรแปซิฟิก
8.ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ทะเลสาบสุพีเรีย อยู่ระหว่างสหรัฐอเมริกา กับแคนาดา
9.ทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ทะเลสาบแคสเปียน อยู่ระหว่างทางใต้ของรัสเซียกับอิหร่าน
10.ทะเลสาบที่มีน้ำเค็มที่สุดในโลก - ทะเลสาบเดดซี อยู่ระหว่างอิสราเอลกับจอร์แดน

11.ทะเลสาบน้ำจืดที่ลึกที่สุดในโลก - ทะเลสาบไบคาล ในไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย 12.ทะเลสาบที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก - ทะเลสาบกัลลาเซียล ในธิเบต
13.ทะเลสาบที่มนุษย์สร้างขึ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ทะเลสาบมืด เหนือเขื่อนระหว่างรัฐเนวาดากับอริโซนา
14.อ่าวที่ใหญ่ที่สุดในโลก - อ่าวเม็กซิโก
15.ปากแม่น้ำที่กว้างที่สุดในโลก - ปากแม่น้ำออฟเฟน โพรเซ็น อ๊อป ประเทศรัสเซีย

16.แม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก - แม่น้ำไนล์ ทวีปแอฟริกา
17.แม่น้ำที่สั้นที่สุดในโลก - แม่น้ำดี ริเวอร์ รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา
18.แม่น้ำที่กว้างที่กว้างที่สุดในโลก - แม่น้ำอเมซอน ทวีปอเมริกาใต้
19.แม่น้ำที่เกิดอุทกภัยมากที่สุดในโลก - แม่น้ำฮวงโหหรือแม่น้ำวิปโยค ประเทศจีน
20.คลองธรรมชาติที่ยาวที่สุดโลก - คลองยุ่นโห ประเทศจีน

21.คลองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก - คลองสุเอช
22.หมู่เกาะที่มีเกาะต่างๆอยู่หนาแน่นที่สุด - หมู่เกาะอินดีส
23.ช่องแคบที่ยาวที่สุดในโลก - ช่องแคบตาต้า
24.เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก - เกาะกรีนแลนด์ มหาสมุทรอาร์คติค
25.ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก - ยอดเขาเอเวอเรสต์

26.เทือกเขาที่ยาวที่สุดในโลก - เทือกเขาแอนดีส ทวีปอเมริกาใต้
27.ช่องแคบระหว่างภูเขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ช่องแคบบนแกรนด์ แคนยอน รัฐอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา
28.ยอดภูเขาไฟที่สวยและสูงที่สุดในโลก - ภูเขาไฟฟูจิยามา ประเทศญี่ปุ่น
29.ทะเลทรายที่ใหญ่และร้อนที่สุด - ทะเลทรายซาฮาร่า ในแอฟริกาเหนือ
30.น้ำตกที่มีทัศนียภาพสวยงามและใหญ่ที่สุดในโลก - น้ำตกไนแองการา อยู่ระหว่างสหรัฐอเมริกา และแคนาดา

31.น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก - น้ำตกแองเจิล ประเทศเวเนซูเอลา
32.ประเทศที่มีเนื้อที่มากที่สุดในโลก - ประเทศรัสเซีย
33.ประเทศที่เล็กที่สุดในโลก - นครรัฐวาติกัน
34.ประเทศที่มีพลเมืองมากที่สุด - ประเทศจีน
35.เมืองที่มีพลเมืองมากที่สุด - โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

36.ประเทศที่มีพลเมืองน้อยที่สุด - นครรัฐวาติกัน
37.ประเทศที่มีเกาะมากที่สุด - ฟิลิปปินส์
38.ประเทศที่มีทะเลสาบมากที่สุด - ฟินแลนด์
39.ประเทศที่มีภูเขาไฟมากที่สุด - อินโดนีเซีย
40.ประเทศที่อยู่สูงที่สุด - ธิเบต


41.ประเทศที่มีพื้นที่ต่ำที่สุด - อิสราเอล
42.ประเทศที่มีแผ่นดินไหวบ่อยที่สุด - ประเทศญี่ปุ่น
43.ประเทศที่มีภาษามากที่สุด - ประเทศอินเดีย
44.ประเทศที่มีเมืองขึ้นมากที่สุด - อังกฤษ
45.เมืองที่มีคลองมากที่สุด - เวนิส ประเทศอิตาลี

46.ประเทศที่ขุดแร่ดีบุกมากที่สุด - มาเลเซีย
47.ประเทศที่ปลูกกาแฟมากที่สุด - บราซิล
48.ประเทศที่ผลิตกระดาษมากที่สุด - แคนาดา
49.ประเทศที่ขุดเพชรได้มากที่สุด - สหภาพแอฟริกาใต้
50.ประเทศที่มีแร่เงินมากที่สุด - เม็กซิโก

51.ประเทศที่มียางพารามากที่สุด - มาเลเซีย
52.ประเทศที่มีทับทิมมากที่สุด - พม่า
53.ประเทศที่มีทองคำขาวมากที่สุด - สหภาพโซเวียตรัสเซีย
54.ประเทศที่มีแร่พลวงมากที่สุด - สาธารณรัฐประชาชนจีน
55.ประเทศที่ขุดสินแร่อลูมิเนียมได้มากที่สุด - สวิสเซอร์แลนด์

56.ประเทศที่ผลิตหินอ่อนมากที่สุด - อิตาลี
57.ประเทศที่ผลิตแร่ปรอทได้มากที่สุด - สเปน
58.ประเทศที่มีถ่านหินมากที่สุด - สหรัฐอเมริกา
59.ประเทศที่มีแมงกานีสมากที่สุด - อินเดีย
60.ประเทศที่ประดิษฐ์และส่งดาวเทียมประเทศแรก - สหภาพโซเวียตรัสเซีย


61.ประเทศที่ส่งมนุษย์อวกาศไปดวงจันทร์ได้สำเร็จประเทศแรก - สหรัฐอเมริกา
62.ประเทศที่จับปลาได้มากที่สุดในโลก - ญี่ปุ่น
63.ประเทศที่มีฟยอร์ดมากที่สุดในโลก - นอร์เวย์
64.ประเทศที่ผลิตเหล้าองุ่นมากที่สุด -ฝรั่งเศส
65.ประเทศที่ผลิตเบียร์มากที่สุด - เยอรมนี

66.ประเทศที่ปลูกอ้อยมากที่สุด - คิวบา
67.ประเทศที่มีต้นควินินมากที่สุด - อินโดนีเซีย
68.ประเทศที่ปลูกข้าวสาลีมากที่สุด - รัสเซีย
69.ประเทศที่ปลูกชามากที่สุด - สาธารณรัฐประชาชนจีน
70.ประเทศที่ปลูกฝ้ายมากที่สุด - สหรัฐอเมริกา

71.ประเทศที่มีข้าวเจ้าพันธุ์ดีที่สุด - ไทย
72.ประเทศที่มีแร่เหล็กมากที่สุด - สวีเดน
73.ประเทศที่เลี้ยงไหมมากที่สุด - จีน
74.ประเทศที่ผลิตนมมากที่สุด - สวิสเซอร์แลนด์
75.ประเทศที่ปลูกสับปะรดมากที่สุด - เกาะฮาวาย สหรัฐอเมริกา

76.ประเทศที่ปลูกส้มมากที่สุด - รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
77.ประเทศที่ผลิตพรมได้มากและคุณภาพดีที่สุด - เปอร์เซีย
78.ประเทศที่ขุดน้ำมันดิบส่งออกมากที่สุด - ซาอุดิอาระเบีย
79.ชาติที่ประดิษฐ์เข็มทิศใช้ในการเดินเรือเป็นชาติแรก - จีน
80.บัตรอวยพรอะไรที่มีเป็นอย่างแรก - บัตรอวยพรวันวาเลนไทน์


81.ศาสนาที่มีคนนับถือมากที่สุด - ศาสนาคริสต์
82.ศาสนาที่เก่าแก่ที่สุด - ศาสนาฮินดู
83.กำแพงที่ยาวที่สุด - กำแพงเมืองจีน
84.วัดที่ใหญ่ที่สุดในโลก - นครวัต ประเทศกัมพูชา
85.โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก - โรงแรมลาสเวกัส ฮิลตัน รัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา

86.ตึกที่สูงที่สุดในโลก - ตึกเซียส์ ที่ชิกาโก สหรัฐอเมริกา
87.ป่าที่ใหญ่ที่สุด - ป่ามหาวัน ประเทศอินเดีย
88.สะพานที่ยาวที่สุด - สะพานเซคอนด์ เลค พอนซาเทรน คอสเวย์ อยู่ที่ลอสแองเจลลิส สหรัฐอเมริกา
89.สะพานที่กว้างที่สุด - สะพานซิดนีย์ ฮาร์เบอร์ บริดจ์
90.สะพานแขวนที่ยาวที่สุด - สะพานพระราม9 กรุงเทพมหานคร

91.ทางรถไฟที่ยาวที่สุด - ทรานส์ไซบีเรีย
92.อุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุด - อุโมงค์ซิมพลอน
93.สถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุด - สถานีแกรนด์ เซนทรัล เทอร์มินอล
94.ถนนที่ยาวที่สุด - ถนนแพน-อเมริกัน ไฮเวย์
95.เครื่องบินโดยสารที่ใหญ่ที่สุด - เครื่องบินเจ็ท โบอิ้ง747

96.เรือเดินสมุทรที่ใหญ่ที่สุด - เรือควีน อลิซาเบธ
97.เรือบรรทุกน้ำมันที่ใหญ่ที่สุด - เรือซีวีส ไจเอ้น
98.ป่าที่ทึบที่สุดในโลก - ป่าเซลวาส ลุ่มแม่น้ำอเมซอน
99.ต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุด - ต้นซานตา มาเรีย เด็ล ตูลี ในเม็กซิโก
100.ต้นไม้ที่อายุยืนที่สุดในโลก - ต้นสน Pinus longaeva รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา


101.ดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก - Arnold 's Rafflesia เกาะสุมาตรา
102.ปิรามิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก - ปิรามิดQuetzalcoatl
103.คุกที่แข็งแรงที่สุด - คุกอัลคาตราส ในซานฟรานซิสโก
104.จัตุรัสที่ใหญ่ที่สุด - จตุรัสเทียนอันเหมิง ปักกิ่ง
105.สิ่งก่อสร้างที่สวยงามที่สุด - สุสานหินอ่อนทัชมาฮาล เมืองอักรา ประเทศอินเดีย

106.ประเทศที่มีชื่อเสียงในการทำนาฬิกา - สวิสเซอร์แลนด์
107.ระฆังใบใหญ่ที่สุด - ระฆังซาร์โคโลโคล อยู่ที่ปราสาทอิวานเวลิกี้ พระราชวังเครมลิน มอสโคว สหภาพโซเวียต
108.เพชรเม็ดใหญ่ที่สุดในโลก - เพชรคุลลินาน
109.หอสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก - หอสมุดรัฐสภาอเมริกัน ในกรุงวอชิงตัน
110.นาฬิกาเรือนใหญ่ที่สุดในโลก - นาฬิกาบิกเบน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

111.ดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด - ดาวศุกร์
112.ดาวฤกษ์ดวงไหนมีแสงสว่างมากที่สุด - ดาวซิริอัส (Sirius) มีสีเขียวแกมน้ำเงิน
113.นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก - นางศิริมาโว บันดาราไนยเก ประเทศศรีลังกา
114.มนุษย์อวกาศคนแรกของโลก - ยูริ กาการิน ชาวรัสเซีย
115.มนุษย์อวกาศหญิงคนแรกของโลก - วาเลนตินา วลาดิมิโรฟนา เทเรสโกวา ชาวรัสเซีย

116.ผู้ที่เดินเรือรอบโลกเป็นคนแรก - แม็คเจลแลน
117.สัตว์ที่มีจำนวนมากที่สุด - แมลง
118.สัตว์ที่มีอายุยืนที่สุด - เต่าทะเล
119.สัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด - ช้าง
120.สัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุด - ปลาวาฬ


121.นกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด - นกกระจอกเทศ
122.สัตว์ที่มีเสียงดังที่สุด - ปลาวาฬสีน้ำเงิน
123.สัตว์ที่เตลื่อนที่ได้เร็วที่สุด - เหยี่ยวฟิรีกริน
124.สัตว์ที่เคลื่อนที่ได้ช้าที่สุด - ปู ในบริเวณทะเลแดง
125.นกที่มีอายุยืนที่สุด - กา

126.นกที่ตัวเล็กที่สุด - นกฮัมมิ่ง
127.นกที่บินเร็วที่สุด - นกอินทรี
128.นกที่มองได้ไกลที่สุด - เหยี่ยว
129.นกที่ตาไวที่สุด - แร้ง
130.สัตว์ที่สายตาสั้นและดุร้ายที่สุด - แรด

131.ปลาที่ร้ายกาจที่สุด - ปิรันยา
132.ไก่ที่ไข่ดกที่สุด - ไก่พันธุ์เล็กฮอร์น
133.ธาตุที่เบาที่สุด - ธาตุไฮโดรเจน
134. เนื้อที่ : ประเทศรัสเซีย เป็นประเทศที่มี เนื้อที่มากที่สุดในโลก ประมาณ 17,075,400 ตารางกิโลเมตร เนื้อที่น้อยที่สุด คือ นครรัฐ วาติกัน มี เพียง 0.44 ตารางกิโลเมตร

135. ระดับความสูงของที่ตั้งประเทศ :ประเทศธิเบตเป็นประเทศ ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากที่สุดในโลก คือ สูงกว่า ระดับน้ำทะเล 12,087 ฟุต (3,626.1 เมตร) ส่วนประเทศที่ตั้งอยู่ต่ำ ที่สุด คือ ประเทศอิสราเอลบริเวณทะเล Death Sea ซึ่งต่ำกว่าระดับ น้ำทะเล 1,292 ฟุต (387.60 เมตร)


136. พรมแดนของประเทศ : ประเทศจีนมีพรมแดน ติดต่อกับ ประเทศเพื่อนบ้านมากที่สุดในโลกถึง 14 ประเทศ ส่วนพรมแดน รอยต่อประเทศที่ยาวที่สุดในโลก คือ พรมแดนระหว่างประเทศ สหรัฐอเมริกากับประเทศแคนาดา ที่ยาวถึง 3,987 ไมล์ หรือ ประมาณ 6,379 กิโลเมตร ส่วนพรมแดนที่สั้นที่สุดคือ พรมแดน ของประเทศอิตาลีกับนครรัฐวาติกัน ที่ยาวเพียง 2.53 ไมล์ หรือ ประมาณ 4.05 กิโลเมตรเท่านั้น


137. จำนวนประชากร : ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากร มากที่สุดในโลก ราว 1,178.5 ล้านคน อัตราการเกิด : ประเทศมาลาวี ทวีปแอฟริกา เป็นประเทศ ที่มีอัตราการเกิดมากที่สุด คือ ร้อยละ 5.5 ส่วนนครรัฐวาติกัน มี อัตราการเกิดน้อยที่สุด คือ มีอัตราการเกิดเป็น 0


138. อัตราการตาย : ประเทศอัฟกานิสถาน เป็นประเทศที่มีอัตรา การตายมากที่สุดคือ ร้อยละ 2.2 ส่วนคูเวตมีอัตราการการตายต่ำสุด เพียงร้อยละ 0.2 เท่านั้น


139. อายุเฉลี่ย : ประเทศที่จัดว่ามีประชากรอายุยืนที่สุด คือ ญี่ปุ่น ซึ่งมีอายุเฉลี่ย ชาย 76 ปี หญิง 82 ปี ส่วนประเทศที่ประชากรมี อายุเฉลี่ยต่ำสุด ได้แก่ ประเทศ เซียร์ราลีโอน เฉลี่ยชาย 41 ปี เฉลี่ยหญิง 45 ปี


140. ภาษาพูด : ประเทศอินเดียครองความเป็นเจ้าแห่งภาษา คือ มีภาษาพูดมากกว่า 840 ภาษา


141. เกาะ : ประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีเกาะมากที่สุด ในโลก คือ ประมาณ 13,000 เกาะ

ผิวใส สุขภาพแข็งแรงได้ดั่งใจ กับฟังก์ชันนัลฟู้ดอย่าง “รังนก”

หลายคนคงสงสัย อะไรคือฟังก์ชันนัลฟู้ดและเกี่ยวอะไรกับรังนก วันนี้เรามาไขความกระจ่างกันว่าฟังก์ชันนัลฟู้ดคืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร ทำไมต้องทานรังนก




ฟังก์ชันนัลฟู้ด (Functional Food) หรืออาหารฟังก์ชันนั้นหลายคนสับสนว่ามันคืออาหารที่มีสารอาหารคุณค่าเต็มเปี่ยม แต่เราต้องขอบอกก่อนเลยว่าฟังก์ชันนัลฟู้ดนั้นคืออาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพนอกเหนือไปจากคุณค่าทางอาหารหลักที่เราได้รับเป็นประจำทุกวัน เช่น คาร์โบไฮเดรตจากแป้งหรือน้ำตาล โดยหากเราทานฟังก์ชันนัลฟู้ดเสริมเข้าไปจากอาหารที่ทานเป็นประจำจะทำให้เราได้รับคุณค่าจากสารอาหารเพิ่มมากขึ้น พูดให้เข้าใจง่ายๆว่าฟังก์ชันนัลฟู้ดก็คืออาหารเสริมชั้นดีนี่เอง

และรังนกคือฟังก์ชันนัลฟู้ดอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้เราได้รับสารอาหารเพิ่มเติมเหล่านั้นค่ะ








มีการโต้เถียงกันในวงกว้างว่ารังนกไม่มีสารอาหาร ราคาแพง แล้วทำไมเราถึงยังต้องทานและเลือกเป็นของขวัญของฝากให้กับคนที่คุณรัก

คำตอบสั้นๆ ง่ายๆ และจำได้จนขึ้นใจก็คือรังนกน่ะมีสรรพคุณทางยาค่ะ

แพทย์จีนแผนโบราณใช้รังนกเป็นอาหารในการฟื้นฟูสุขภาพ บำรุงปอด บรรเทาอาการโรคปอด เสริมภูมิคุ้มกัน และที่สำคัญรังนกช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูสดใสและอ่อนเยาว์(นั่นแน่ รู้นะว่าสาวๆ หลายคนกำลังร้องว้าวตาโตอยู่แน่นอน) ได้ยินแบบนี้แล้ว สนใจหันมาทานรังนกกันหรือยัง






เราไม่ได้พูดหรือกล่าวอ้างขึ้นมาลอยๆ นะคะว่า รังนกเป็นฟังก์ชันนัลฟู้ดที่ดี แต่ที่พูดมาทั้งหมดน่ะ เพราะเรามีหลักฐานมาแบ่งปันกันให้ทราบแน่นอน

งานวิจัยของ ดร. Kong และคณะในปี 1987 ระบุว่ารังนกประกอบด้วยสาร EGF (Epidermal Growth Factor) ซึ่งเป็นสารที่มีองค์ประกอบคล้ายเซลล์มนุษย์ ช่วยในการซ่อมแซมผิว ผลัดเซลล์ผิวและช่วยเรื่องความยืดหยุ่นของผิว พออ่านมาถึงตอนนี้ ความรู้อะไรเยอะแยะไปหมด น่าเบื่อจัง เอาเป็นว่ารู้กันพอหอมปากหอมคอก็พอค่ะ

โธ่! ที่แท้ เคล็ดลับความงามและอายุยืนของชาวจีนก็มีที่มาจากรังนกนี่เอง แบบนี้ต้องหามาลองกันซักหน่อยแล้ว

5 อาชีพสุดแปลก ที่มีอยู่จริง




อาชีพนักดมรักแร้ :: อาชีพที่พี่ปัดขอยืนยัน แถมนอนยันให้ด้วยว่ามีอยู่จริง โดยบริษัทผู้ผลิตโรลออนจะจ้างคนมาดมรักแร้ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัท เพื่อเป็นการตรวจเช็คว่าผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมานั้นดีและเหมาะสมแล้วรึยัง ซึ่งนักดมรักแร้จะต้องดมรักแร้ของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์กว่า 60 คน/วันเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าหลังจากดมเสร็จแล้วจะต้องไปสูบยาดมหมดไปกี่หลอด


นักทดสอบสไลด์เดอร์ :: ถ้าไปสวนน้ำแล้วไม่ได้เล่นสไลด์เดอร์ก็เหมือนว่าไปไม่ถึง จริงไหมจ๊ะ ซึ่งทุกคนรู้กันรึเปล่าว่าก่อนที่เราจะได้เล่นเครื่องเล่นชนิดนี้นั้น มันต้องผ่านการทดสอบมาก่อนจากนักทดสอบสไลเดอร์ อ๊ะๆ อ่านชื่ออาชีพไม่ผิดหรอกจ้ะ ชื่ออาชีพนี้จริงๆ โดยมีหน้าที่ทดสอบเล่นสไลเดอร์ที่สร้างขึ้นมาว่าสนุกไหม อันตรายรึเปล่า และหวาดเสียวไหม เรียกว่าเป็นหนูทดลองคนแรกที่จะได้เล่นเครื่องเล่นนี้เลยจ้ะ






นักระบุเพศไก่ :: อย่านึกว่าลูกเจี๊ยบที่เพิ่งถูกฝักตัวออกมาจากไข่แล้ว จะถูกปล่อยให้อยู่เฉยๆ นะจ๊ะ เพราะมันต้องผ่านมือของเขาคนนี้เสียก่อน นักระบุเพศไก่ หน้าที่ของเขาพี่ปัดขอบอกว่าสำคัญกับอุตสาหกรรมไก่มาก เพราะต้องระบุเพศลูกเจี๊ยบว่าเป็นเพศผู้หรือเพศเมีย ถ้าเป็นเพศเมียก็จะถูกแยกตัวออกไปเลี้ยงเป็นไก่ไข่ ส่วนเพศผู้ก็ถูกนำไปเลี้ยงเป็นไก่เนื้อ

นักทดสอบเตียงนอน :: ถ้าชื่นชอบการนอนเป็นชีวิตจิตใจล่ะก็ ขอแนะนำอาชีพนี้เลยจ้ะ กับนักทดสอบเตียงนอน ที่ขอบอกว่าเตียงนอนที่นำมาให้ทดสอบนั้นไม่ใช่เตียงธรรมดาทั่วไปนะ แต่เป็นเตียงหรูที่มีคุณสมบัติพิเศษ ที่นักทดสอบจะต้องนอนทดสอบเพื่อเช็คว่ามันทำให้หลับสบายจริงรึเปล่า

นักทดสอบอาหารสัตว์ :: อย่าเพิ่งนึกว่าคนที่ประกอบอาชีพนี้จะต้องกินอาหารสัตว์นะจ๊ะ จริงๆ แล้วเขาให้สัตว์เลี้ยงแสนรักอย่าง หมา และแมวเป็นฝ่ายกิน ส่วนนักทดสอบอาหารสัตว์ก็จะมีหน้าที่สังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดของสัตว์เลี้ยงว่าพวกมันชื่นชอบอาหารเหล่านั้นรึเปล่า

30 ข้อคิด เพื่อชีวิตมีความสุข

30 ข้อคิด เพื่อชีวิตมีความสุข

นึกไว้เสมอว่าการโกรธ 1 นาที จะทำให้ความทุกข์อยู่กับคุณ 3 ชั่วโมง

ถ้ายิ้มให้กับคนที่อยู่ในกระจก รับรองว่าเขาต้องยิ้มกลับมาทุกครั้งแน่

ลองปลูกต้นไม้เองสักต้น การเติบโตของมันจะบ่งบอกตัวตนของคุณได้

หลับตานิ่งๆ สักสามนาที เมื่อรู้สึกว่าอะไรที่อยู่ตรงหน้ามันช่างยากเหลือเกิน

ระหว่างแปรงฟัน ฮัมแพลงด้วยจนจบ จะทำให้ฟันสะอาดขึ้นสองเท่า

เคี้ยวข้าวแต่ละคำให้ช้าลง จากที่รสชาติธรรมดา ก็จะอร่อยขึ้นเยอะเลย

ไม่ว่าผมจะสั้นหรือยาวแค่ไหน ก็ต้องการให้หวีอย่างทะนุถนอมเหมือนกันหมด

การขึ้นลงบันไดสูงๆ แบบไม่ให้เมื่อย คือการไม่นับว่ากำลังยืนอยู่บันไดขั้นที่เท่าไร

คนตาบอดจะเห็นว่าคุณสวย/หล่อมากๆ ทันที

ที่คุณถามเขาว่า "ช่วยพาข้ามถนนไหมคะ/ครับ?"

เมื่อจะหยิบเศษเงินให้ขอทาน ไม่จำเป็นต้องนับก่อนที่หย่อนลงกระป๋อง

ควรหัดพูดคำว่า "ไม่เป็นไร" ให้เคยปากมากกว่าการพูดคำว่า "จะเอายังไง"

ลองตั้งนาฬิกาให้เร็วขึ้น 15 นาที รับรองว่าจะไม่ค่อยไปสายเหมือนก่อน

สัตว์เลี้ยงที่บ้านเก็บความลับเก่ง เรื่องที่ไม่อยากให้ใครรู้จึงควรเล่าให้มันฟัง

อาหารที่ไม่ชอบกินตอนเด็ก ลองตักเข้าปากอีกที เผื่อจะกลายเป็นอาหารจานโปรด

เขียนชื่อคนที่เกลียดใส่กระดาษแล้วฉีกทิ้ง ความเกลียดจะเบาบางลงเรื่อยๆ

ปล่อยให้น้ำตาไหลโดยไม่ต้องเช็ด เมื่อน้ำตาแห้งแล้ว จะได้ดูไม่ออกว่าเพิ่งร้องให้

ตุ๊กตาและของเล่นเก่าๆ จะทำให้เรายิ้มได้เสมอเมื่อไปหยิบมาเล่นอีกครั้ง

ก่อนจะซื้ออะไรก็ตาม ต้องคิดหาประโยชน์ของมันให้ได้อย่างน้อยสามข้อก่อน

ถึงเสื้อกางเกงในตู้จะมีอยู่น้อย แต่ถ้าใส่สลับกันไปเรื่อยๆ ก็ดูเหมือนมันมีเยอะเอง

ซาลาเปา 1 ลูกกินได้ 2 คน ลูกชิ้นปิ้ง 1 ไม้กินได้ 4 คน ถ้าคุณคิดจะแบ่งเท่านั้นเอง

เลือกให้ของขวัญคนที่ไม่เคยได้ดีกว่า ให้คนที่ได้เยอะจนจำชื่อคนที่ให้ไม่ได้

ในวันที่รู้สึกเศร้าๆ เหงาๆ เดินไปซื้อดอกไม้ให้ตัวเองสักดอกก็จะดีขึ้น

แอบรักใครสักคน ยังไงก็ยังดีกว่าไม่เคยรู้ว่าความรู้สึกรักมันเป็นอย่างไร

ถึงจะไม่ออกไปไหน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะแต่งตัวสวยๆ หล่อๆ ไม่ได้

ฝึกโรแมนติกง่ายๆ คนเดียวบ้าง ด้วยการนั่งนับดาวให้ครบ 100 ดวงก่อนนอน

ถ้าคุณเช็ดกระจกที่ขุ่นมัวที่สุดจนใสได้ ทำไมคุณจะเรียนดีกว่านี้ไม่ได้

พยายามอ่านหนังสือทุกชนิดในมือให้จบเล่ม มันอาจจะไม่สนุกแต่ก็มีประโยชน์แฝงอยู่

วันที่ตื่นเช้าๆ ให้บิดขี้เกียจนานที่สุดเท่าทีจะนานได้ ถ้าขี้เกียจออกกำลังกาย

แค่เอาข้าวที่กินไม่หมดไปให้หมาที่เดินผ่าน ก็เป็นการทำบุญที่ไม่ต้องลงทุนแล้ว

ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็นในบ้าน แม่จะได้มีค่าขนมเพิ่มขึ้นอีกหลายบาท

อ่าน 30 ข้อคิดเหล่านี้แล้ว ก็อย่าลืมนำไปปฏิบัติกันนะ

ปีมะโรงนี้

วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ม.เกษตรศาสตร์นครปฐมจัดงานเกษตรกำแพงแสน 54




นครปฐม -
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นครปฐม เตรียมจัดงานเกษตรกำแพงแสน 2554 ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 3-11 ธ.ค.ภายใต้แนวคิดหลัก “ตามรอยพระยุคคลบาทเกษตรศาสตร์กำแพงแสน” ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน


ดร.อนามัย ดำเนตร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการศึกษาและวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน กำหนดจัดงานเกษตรกำแพงแสนประจำปี 2554 ขึ้น ในระหว่างวันที่ 3-11 ธันวาคม 2554 ภายใต้แนวคิดหลัก “ตามรอยพระยุคคลบาทเกษตรศาสตร์กำแพงแสน” ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการด้านการเกษตร พืชสัตว์ ตลอดจนเทคโนโลยีด้านการเกษตรและสาขาที่เกี่ยวข้องสู่เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป รวมทั้งให้ชุมชนและองค์กรท้องถิ่น ระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด ได้มีส่วนร่วมในการจัดงาน

โดยนำผลผลิตทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์จากชุมชนมาแสดงและจำหน่าย อันจะช่วยบรรเทาปัญหาทางเศรษฐกิจของชุมชนและของชาติโดยรวม ดังนั้น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงจัดการแถลงข่าวงานเกษตรกำแพงแสนประจำปี 2554 เพื่อยืนยันความพร้อมในการจัดงาน และจะมีกิจกรรม จากคณะต่างๆ เป็นจำนวนมากมาจัดแสดงรวมถึงการให้ความรู้และการวางระบบในการจัดเป็นสถานที่พักพิงในช่วงที่มีเหตุการอุทกภัยอีกด้วย

วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ฉลองยอด Facebook มีผู้ใช้งานกว่า 800 ล้านคนทั่วโลก

ฉลองยอด Facebook มีผู้ใช้งานกว่า 800 ล้านคนทั่วโลกเตรียมกลายเป็นบริษัทมหาชนกลางปีหน้า

เฟซบุ๊ก เครือข่ายสังคมออนไลน์อันดับหนึ่งของโลกเตรียมเดินหน้าสู่การเป็น “บริษัทมหาชน” ด้วยการเปิดเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการภายในช่วงไตรมาส 2 ของปีหน้า สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 29 พ.ย. ว่า เฟซบุ๊ก เครือข่ายสังคมออนไลน์อันดับหนึ่งของโลกซึ่งมีผู้ใช้บริการกว่า 800 ล้านคนทั่วโลก และมีรายได้ในปีนี้สูงถึง 4,270 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 133,843 ล้านบาท เตรียมเดินหน้าสู่การเป็น “บริษัทมหาชน” ด้วยการเปิดเสนอขายหุ้นต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ ภายในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีหน้า

รายงานข่าวซึ่งไม่มีการยืนยัน ระบุว่า การเสนอขายหุ้นของเฟซบุ๊กอาจมีมูลค่าคิดเป็นวงเงินสูงถึง 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3.13 ล้านล้านบาท โดยนอกเหนือจากมาร์ค เอลเลียต ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอคนดังวัย 27 ปี ของเฟซบุ๊ก กับบรรดาผู้ร่วมก่อตั้ง และพนักงานของเฟซบุ๊กที่มีอยู่ราว 3,000 คนจะได้สิทธิ์ในการซื้อหุ้นของบริษัทแล้ว บรรดานักลงทุนรายย่อยก็จะมีโอกาสได้ครอบครองหุ้นของเครือข่ายสังคมออนไลน์ ชื่อดังด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ข่าวลือเรื่องการเปิดขายหุ้นและเตรียมก้าวเข้าสู่การเป็นมหาชนของเฟซบุ๊ก เริ่มแพร่สะพัดมาระยะหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะตั้งแต่ที่ยอดผู้ใช้ของเฟซบุ๊กทะลุ 500 ล้านราย.

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554

วันต้านเอดส์โลก วันเอดส์โลก( 1 ธันวาคม)

วันต้านเอดส์โลก วันเอดส์โลก
1 ธันวาคม ของทุกปี

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดเอา วันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปีเป็น“วันโลกต้านเอดส์” (WORLD AIDS DAY) และในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2532 ถือว่า เป็นวันโลกต้านเอดส์ครั้งแรก

ในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2532 ถือว่าเป็นวันโลกต้านเอดส์ครั้งแรก มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านโรคเอดส์หลายรูปแบบพร้อมกันทั่วโลก

โดยตั้งความหวังไว้ว่า
1.จะพยายามหยุดยั้งโรคเอดส์
2.ให้ความเห็นใจ ห่วงใย ต่อผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคเอดส์
3.ให้ทุก ๆ คนได้รู้เรื่องโรคเอดส์

จากการที่องค์การอนามัยโลก ได้ให้ความสำคัญของโรคเอดส์ดังกล่าว ย่อมเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า โรคเอดส์เป็นโรคที่มีความรุนแรง มีผลกระทบต่อตนเอง ต่อครอบครัว ต่อสังคมและต่อประเทศชาติ ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมากมาย

โรคเอดส์ (Acquired Immune Deficiency Syndrome) AIDS
A = Acquired หมายถึง ภาวะที่เกิดขึ้นภายหลังไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิด หรือไม่ได้ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
I = Immune หมายถึง ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
D = Deficiency หมายถึง ความบกพร่อง ความเสื่อม
S = Syndrome หมายถึง กลุ่มอาการของโรค ซึ่งมีอาการหลายลักษณะตามระบบต่าง ของร่างกาย

โรคเอดส์ (AIDS) หรือ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (Acquired Immune Deficiency Syndrome) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า ฮิวแมนอิมมิวโนเดฟีเซียนซีไวรัส (Human Immunodeficiency Virus) หรือเรียกย่อ ๆ ว่า เอชไอวี (HIV) ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้กันต่ำลงเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายถูกไวรัสทำลายและเสียชีวิตจากโรคต่าง ๆ ที่เข้ามาซ้ำเติมในภายหลัง (เรียกว่าโรคฉวยโอกาส) เช่น วัณโรค ปอดบวม ติดเชื้อในระบบโลหิต เชื้อรา ฯลฯ
เชื้อไวรัสเอดส์นี้มีหลายสายพันธุ์

สายพันธุ์หลักดั้งเดิม ได้แก่ เอชไอวี-1 (HIV-1) ซึ่งแพร่ระบาดในแถบสหรัฐอเมริกา ยุโรป และแอฟริกา กลาง





สายพันธุ์เอชไอวี-2 (HIV-2) แพร่ระบาดในแถบแอฟริกาตะวันตก นอกจากนั้นยังมีสายพันธุ์ย่อยอื่น ๆ อีกมากมายตามเวลาที่ผ่านไป ทั้งนี้เนื่องจากเชื้อไวรัสเอดส์นี้สามารถกลายพันธุ์ได้ง่าย
อาการติดเชื้อเอดส์แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1
กลุ่มผู้ที่ตรวจพบเชื้อไวรัสเอดส์แต่ยังไม่ปรากฎอาการผิดปกติแต่อย่างใด บุคคลกลุ่มนี้จัดเป็นพาหะนำโรคซึ่งสามารถแพร่เชื้อไปสู่บุคคลอื่นได้อย่างไม่จำกัดจำนวนนับว่าเป็นแหล่งแพร่เชื้อที่สำคัญ เพราะผู้ติดเชื้อจะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ เป็นเวลานาน หากไม่มีการตรวจพบเชื้อจะไม่มีทางทราบได้เลย ว่าบุคคลนี้มีเชื้อไวรัสเอดส์อยู่ในร่างกาย จนกว่าจะมีอาการป่วยปรากฎออกมาให้เห็น

ระยะที่ 2
เป็นอาการที่พบได้ก่อนที่จะปรากฎอาการป่วยเป็นโรคเอดส์ (AIDS-Relate Complex) หรืออาจเรียกว่า กลุ่มอาการ ARC หมายถึง กลุ่มที่มีอาการ จะสังเกตได้จากอาการเรื้อรังที่ไม่ทราบสาเหตุในระยะนี้สามารถตรวจพบภูมิคุ้มกันในเลือดของผู้มีอาการนำ หรืออาจจะสังเกตลักษณะของอาการได้ดังนี้
1.มีไข้สูงเกิน 37.8 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลานานไม่ต่ำกว่า 3 เดือน
2.น้ำหนักตัวลดลงมากกว่า 4.5 กิโลกรัม หรือมากว่าร้อยละ 10 ของน้ำหนักตัวเดิมภายใน 2 เดือน
3.ต่อมน้ำเหลืองตามร่างกายหลายแห่งบวมโตนานกว่า 3 เดือน
4.อุจจาระร่วงเรื้อรังนาน 1-3 เดือน
5.เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย มีเหงื่อออกตอนกลางคืน และพบว่าร้อยละ 20 ของกลุ่ม ARC จะมีอาการลุกลามไปเป็นโรคเอดส์ในเวลาต่อมา
6.แขนหรือขาข้างใดข้างหนึ่งจะไม่มีเรี่ยวแรงและทำงานไม่ประสานกัน

ระยะที่ 3
เป็นระยะที่กลุ่มผู้ป่วยจะปรากฎอาการของโรคเอดส์ซึ่งอาการในระยะนี้แบ่งตามอาการที่ปรากฏออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือการติดเชื้อชนิดฉวยโอกาส และอาการของโรคมะเร็ง
กลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเอดส์ สามารถแยกออกได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้
1.กลุ่มมีเพศสัมพันธ์ผิดธรรมชาติหรือสำส่อนทางเพศ เช่น กลุ่มรักร่วมเพศชาย กลุ่มรักต่างเพศ
2.กลุ่มผู้ติดยาเสพติด
3.กลุ่มที่รับเลือดหรือผลิตภัณฑ์จากเลือด
4.กลุ่มที่ได้รับเลือดจากมารดา


สัญลักษณ์ วันเอดส์โลก




กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ โรคเอดส์

กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โรคเอดส์ หรือ HIV ได้แก่

ผู้สำส่อนทางเพศ หรือการมีเพศสัมพันธ์กับผู้มีเชื้อเอดส์ หรือกลุ่มรักร่วมเพศ โดยจากข้อมูลพบว่า ร้อยละ 84 ของผู้ติดเชื้อเอดส์ จะได้รับเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์

ผู้ติดยาเสพติด โดยใช้กระบอกฉีดยา หรือเข็มฉีดยาเดียวกันกับผู้ป่วย โรคเอดส์

ผู้ที่ได้รับเลือด หรือผลิตภัณฑ์จากเลือด เช่น การใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ป่วยเอดส์ หรือรับเลือดในขณะผ่าตัด

ทารกติดเชื้อเอดส์จากมารดาที่มีเชื้อ HIV โดยมารดาจะแพร่เชื้อเอดส์ไปสู่ลูกในครรภ์

ยารักษาโรคเอดส์

ปัจจุบันยังไม่มียาที่สามารถรักษาโรคเอดส์ให้หายขาดได้ มีแต่เพียงยาที่ใช้เพื่อยับยั้งไม่ให้ไวรัสเอดส์เพิ่มจำนวนมากขึ้น แต่ไม่สามารถกำจัดเชื้อเอดส์ให้หมดไปจากร่างกายได้ ยาต้านไวรัสเอดส์ในปัจจุบันมี 3 ประเภทคือ

1.Nucleoside Reverse Transcriptase Inhibitors (NRTIs) ได้แก่ AZT ddl ddC d4T 3TC ABC รับประทานยาต้านไวรัสเอดส์

2.Non-Nucleoside Reverse Transcriptase Inhibitors (NNRTIs) ได้แก่ NVP EFV

3.Protease Inhibitors (Pls) ได้แก่ IDV RTV Q4V NFV

หากรับประทานยาต้านไวรัสเอดส์แล้ว อาจมีผลข้างเคียงคือ คลื่นไส้อาเจียน มีผื่นตามผิวหนัง โลหิตจาง ฯลฯ ดังนั้นการรับประทานยาเหล่านี้ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์

การป้องกันตัวเองจาก โรคเอดส์

เราสามารถป้องกัน โรคเอดส์ ได้ โดย

1. ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ที่มีเพศสัมพันธ์
2. รักเดียว ใจเดียว
3. ก่อนแต่งงาน หรือมีบุตร ควรตรวจร่างกาย ตรวจเลือด และขอรับคำปรึกษาเรื่อง โรคเอดส์ จากแพทย์ก่อน
4. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดใช้สารเสพติดทุกชนิด

วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

15 เคล็ดลับดูแลสุขภาพ พร้อมรับลมหนาว




15 เคล็ดลับดูแลสุขภาพพร้อมรับ ลมหนาว

ฤดูหนาวที่กำลังมาเยือนอาจทำให้หลายคนเจ็บไข้ได้ป่วย หรือผิวแห้งแตกลอกได้ง่าย ๆ วันนี้มีเคล็ดลับดูแลสุขภาพ ให้คุณพร้อมสู้กับลมหนาวในปีนี้มาฝาก

1.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้เพียงพอและครบหมู่ ดื่มน้ำมาก ๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และไม่ตรากตรำทำงานหนักจนเกินไป

การรักษาสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง จะช่วยให้คุณพร้อมสู้กับโรคภัยไข้เจ็บที่พบได้บ่อยในฤดูหนาว เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ รวมถึงไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ด้วย

2.หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และยาเสพติดต่าง ๆ เนื่องจากจะทำให้สุขภาพร่างกายเสื่อมโทรม เท่ากับเพิ่มโอกาสที่จะติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

3.อยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงสถานที่ชุมชนที่แออัดยัดเยียด โดยเฉพาะหากมีการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่

4.ล้างมือบ่อย ๆ เพราะอาจไปสัมผัสเชื้อโรคที่ติดอยู่ตามสิ่งของต่าง ๆ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได ปุ่มลิฟต์ โทรศัพท์สาธารณะ เป็นต้น

5.หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วย และไม่ควรใช้ของร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ จานชาม ช้อนส้อม

6.หากป่วยแล้วมีอาการไอหรือจาม ควรมีผ้าปิดปากและจมูก หรือสวมหน้ากากอนามัย

7.ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด อาการจะกำเริบได้ง่ายในฤดูนี้ นอกจากอากาศเย็นที่เป็นสาเหตุโดยตรงแล้ว ก็อาจเนื่องมาจากฤดูหนาวจะมีฝุ่นมาก หรืออากาศหนาวทำให้เราต้องนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาอยู่ร่วมกันในบ้าน หากแพ้ขนสัตว์ก็จะทำให้อาการกำเริบมากขึ้น หรือการนอนนาน ๆ ในฤดูหนาวซึ่งมืดเร็วและสว่างช้า ก็เพิ่มโอกาสที่จะทำให้แพ้ตัวไรฝุ่นตามที่นอน หมอน ผ้าห่มได้มากขึ้น ดังนั้นควรระมัดระวังสิ่งกระตุ้นเหล่านี้ และรักษาร่างกายให้แข็งแรงเข้าไว้

8. พยายามรักษาร่างกายให้อบอุ่นในช่วงฤดูหนาว หรือช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง ใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่นเหมาะกับฤดูกาล หากอยู่ในที่ที่หนาวมากควรสวมหมวก เพื่อลดการถ่ายเทความร้อนออกจากร่างกาย

9.การอาบน้ำหลังจากตื่นนอน อาจไม่จำเป็นต้องฟอกสบู่ หรือฟอกเพียงบางจุด หรือหากอยู่ในที่ที่อากาศหนาวมาก ๆ อาจไม่จำเป็นต้องอาบน้ำวันละสองครั้งตามปกติ และไม่ควรอาบน้ำนาน ๆ

10.ไม่ควรอาบน้ำอุ่นจัดจนเกินไป โดยเฉพาะการล้างหน้า เพราะน้ำอุ่นจะทำให้ความชุ่มชื้นของผิวหายไป นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวที่มีฟองมาก ๆ เพราะจะดึงความชุ่มชื้นไปจากผิว และไม่ควรเช็ดถูผิวแรง ๆ เพราะจะยิ่งทำให้ผิวลอกมากขึ้น

11.ทาโลชั่นบำรุงผิวหลังอาบน้ำ ขณะที่ตัวยังหมาด ๆ จะช่วยป้องกันผิวแห้ง แตก ลอก ในฤดูหนาวได้ และควรทาให้ทั่วร่างกาย ไม่ใช่เฉพาะแขนกับขาเท่านั้น รวมทั้งส่วนที่เรามักไม่ใส่ใจ เช่น เท้า การทาโลชั่นและสวมถุงเท้านอน จะช่วยให้เท้าเนียนนุ่มชุ่มชื้น ลดปัญหาส้นเท้าแตกได้อีกด้วย

ส่วนมือที่แห้งและแตก ก็ควรหมั่นทาครีม หรือโลชั่นเช่นกัน นอกจากจะช่วยให้ความชุ่มชื้นแล้วยังช่วยให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นด้วย สำหรับใครที่มือแห้งมาก ๆ ลองนวดด้วยน้ำมันมะกอกทิ้งไว้สักพัก ล้างออกด้วยน้ำสบู่ แล้วนวดด้วยครีมทามืออีกครั้ง ไม่ช้าริ้วรอยแห้งแตกก็จะหายไป

ส่วนผู้ที่ต้องใช้มือทำงานสัมผัสน้ำอยู่ตลอดเวลา เช่น ล้างจาน ซักผ้า ช่วงหน้าหนาวจะยิ่งรู้สึกแสบมือมาก อาจมีอาการบวมแดงและแตกได้ ควรป้องกันด้วยการสวมถุงมือยางกันน้ำ

12.ริมฝีปากที่แห้งแตกก็ควรได้รับการบำรุงและปกป้องเช่นกัน สมัยนี้มีลิปมัน ลิปบาล์ม ให้เลือกใช้มากมาย รวมทั้งชนิด For Men ของคุณผู้ชายด้วย สำหรับผู้ชายที่รู้สึกเขินเวลาใช้ลิปแท่ง อาจเลือกซื้อชนิดตลับไว้พกติดตัวก็ได้ ที่สำคัญ ไม่ควรเลียริมฝีปากบ่อย ๆ เพราะจะยิ่งทำให้ปากแห้งแตกมากขึ้น

13.ในช่วงหน้าหนาวไม่จำเป็นต้องสระผมบ่อย ๆ เช่นกัน และใช้แชมพูในปริมาณน้อย ๆ ก็เพียงพอแล้ว เพราะจะทำให้เส้นผมแห้งแตกปลายได้ง่าย และยังทำให้หนังศีรษะแห้งเกินไปจนเกิดรังแคได้อีกด้วย สำหรับผมที่แห้งมาก การเลือกใช้แชมพูและครีมนวดผมที่เหมาะสำหรับผมแห้งจะช่วยได้ หลังการสระผมอาจใช้น้ำมันบำรุงเส้นผมทาเคลือบที่ปลายผมบาง ๆ เพื่อลดไฟฟ้าสถิต ช่วยให้ผมไม่ฟู

14.บำรุงร่างกายภายนอกกันแล้ว ก็อย่าลืมบำรุงร่างกายให้ชุ่มชื้นจากภายในด้วย โดยการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน โดยเฉพาะน้ำอุ่นซึ่งจะช่วยให้ร่างกายของคุณอุ่นขึ้น นอกจากนี้ควรรับประทานผักผลไม้สดให้มากด้วย เพื่อให้ร่างกายชุ่มชื้นจากภายใน

15.การเลือกซื้อเสื้อกันหนาวก็สำคัญ บางคนเลือกซื้อเสื้อกันหนาวมือสอง เนื่องจากมีราคาถูก แต่ก็อาจนำเชื้อโรคต่าง ๆ ติดมาด้วย ควรเลือกให้ดี อย่าให้มีรอยด่างดำและรอยคราบสารคัดหลั่งต่าง ๆ หรือกลิ่นอับชื้นติดอยู่ เพราะอาจทำให้ติดเชื้อโรคได้ เช่น โรคผิวหนัง โรคติดเชื้อ เชื้อรา หรือโรคทางเดินหายใจต่าง ๆ ก่อนนำไปสวมใส่ควรต้มในน้ำเดือด และซักให้สะอาด แล้วนำไปผึ่งแดดให้แห้งสนิท

แม้แต่เสื้อกันหนาวใหม่ ๆ ก็ควรนำไปซักแล้วตากแดดก่อนนำไปสวมใส่เช่นกัน เพราะในเนื้อผ้าอาจมีสารเคมีที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง หรือโรคทางเดินหายใจต่าง ๆ ได้เช่นกัน

15 เคล็ดลับดูแลสุขภาพในช่วงฤดูหนาวทั้งหมดที่กล่าวมา คงจะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง พร้อมรับลมหนาวที่กำลังมาเยือน

6 เรื่องดี ๆ จากสตรอวเบอร์รี่!





6 เรื่องดี ๆ จากสตรอวเบอร์รี่! (Lisa)


ใครวางแผนไปเที่ยวเชียงใหม่ยกมือขึ้น! อย่าลืมซื้อสตรอวเบอร์รี่มาฝากกันบ้างนะจ๊ะ เพราะเขาบอกว่าเจ้าผลไม้น่าเอ็นดูชนิดนี้มีประโยชน์มากมายเลยล่ะ

1.ดูแลสายตา

ปัญหาเกี่ยวกับดวงตาส่วนใหญ่จะเกิดจากอนุมูลอิสระ และการขาดสารอาหารบางชนิด และเมื่อเราอายุมากขึ้น ดวงตาของเรายิ่งถูกทำร้ายได้ง่าย ซ้ำร้ายความแก่ชราจะทำให้กล้ามเนื้อดวงตาเสื่อมสภาพ แต่สตรอวเบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างวิตามินซี ฟลาโวนอยด์ กรดฟีโนลิก และกรดเอลลาจิก ซึ่งช่วยชะลอกระบวนการดังกล่าว แถมยังมีโพแทสเซียมซึ่งช่วยปรับความดันในตาให้เป็นปกติอีกด้ว


2.ป้องกันโรคข้ออักเสบและโรคเกาต์

เมื่อกล้ามเนื้อถูกใช้งานนาน ๆ เข้า กล้ามเนื้อของเราก็มีแต่จะถดถอยของเหลว บริเวณข้อต่อกระดูก็จะเหือดแห้งลงไปเรื่อย ๆ และร่างกายก็สะสมสารพิษอย่างกรดยูริกเอาไว้มากขึ้น ๆ ทำให้โรคข้ออักเสบและโรคเกาต์ถามหา แต่อย่าห่วงไป เพราะเราสามารถขับไล่โรคทั้งสองได้ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และสรรพคุณล้างพิษของสตรอวเบอร์รี่ค่ะ

3.กำราบโรคมะเร็ง

กินสตรอวเบอร์รี่ทุกวันสิคะเซลล์มะเร็ง และเนื้องอกต้องชิดซ้ายหลีกทางให้แก่สารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซี โฟเลต และแอนโธไชยานินส์ ที่มีอยู่มากมายในสตรอวเบอร์รี่ค่ะ

4.ส่งเสริมการทำงานของสมอง

ยิ่งแก่ยิ่งขี้หลงขี้ลืม เพราะเนื้อเยื่อและเส้นประสาทในสมองเสื่อมสภาพจากอนุมูลอิสระตัวร้าย ซึ่งสตรอวเบอร์รี่ช่วยได้ เพราะมีวิตามินซี และไฟโตนิวเทรียนต์ ที่ทำให้อนุมูลอิสระหมดฤทธิ์ และคืนความอ่อนเยาว์ให้แก่ระบบประสาท แถมยังมีไอโอดีนที่ทำให้สมองและระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

5.ลดความดันโลหิต

หากโซเดียมเป็นตัวการทำให้เกิดความดันโลหิตสูง สตรอวเบอร์รี่ก็มีโพแทสเซียมและแมกนีเซียมที่ช่วยปรับความดันให้เป็นปกติค่ะ

6.ปราบโรคหัวใจ

ใยอาหาร โฟเลต และสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย แถมวิตามินบีบางชนิดที่พบได้ในสตรอวเบอร์รี่ จะเสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรงอีกด้วย

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

อาหารต้องห้ามขณะท้องว่าง





อาหารต้องห้ามอย่างที่ 1 คือ

นมและนมถั่วเหลือง เพราะนมที่อุดมไปด้วยโปรตีนจะเกิดประสิทธิภาพมาก เมื่อกระเพาะอาหารมีสารอาหารประเภทแป้งอยู่ด้วย


อาหารต้องห้ามอย่างที่ 2 คือ กล้วย

เพราะกล้วยอุดมไปด้วยธาตุแมกนีเซียม การรับประทานกล้วยขณะท้องว่าง จะทำให้ปริมาณแมกนีเซียมในเลือดเพิ่มสูงขึ้น ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมไป เป็นการยับยั้งการทำงานของหลอดเลือดหัวใจ


อาหารต้องห้ามอย่างที่ 3 คือ ของหวานรวมถึงน้ำอัดลมและช็อกโกแลต

เพราะหากรับประทานขณะท้องว่าง จะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาลส่งผลต่อการดูดซึมโปรตีนทุกชนิด และลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนโลหิตและไต

อาหารต้องห้ามอย่างที่ 4 คือ ชา

เพราะน้ำชาแก่ทำให้กรดเกลือในน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง ส่งผลให้การทำงานของระบบย่อยอาหารลดลง และเกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะ มือเท้าไม่มีแรง


อาหารต้องห้ามอย่างที่ 5 คือ

กระเทียม เพราะกระเทียมมีฤทธิ์ทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารได้รับการกระตุ้น เกิดเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบรุนแรงได้


ทางที่ดีอย่าปล่อยให้ท้องว่างเป็นดีที่สุด!

10 อันดับของเล่นที่แพงที่สุดในโลกกกกก

10 อันดับของเล่นที่แพงที่สุดในโลกกกกก












10 Barbie
Barbie ตัวนี้พิเศษมากๆเพราะมันถูกออกแบบร่วมกับบริษัท De Beers ซึ่งเป็นบริษัทขายเพชรอันดับ 1 ของโลก! ชุดของ Barbie ตัวนี้ประกอบไปด้วยเพชรน้ำหนึ่ง 160 เม็ดและ เครื่องประดับที่ทำจากทองคำขาวบริสุทธิ์ ซึ่งเหล่านี้ทำให้มันเป็น Barbie ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก โดยที่มันถูกผลิตขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 40 ปีเมื่อปี 1999 ด้วยราคาค่าตัวที่ 50,000 ปอนด์ หรือ USD 85,000 หรือ 2,975,000 บาท คิดว่าแพงมั้ย? ลองคิดดูนะครับ Barbie version แรกของโลกที่ถูกวางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1959 โดยที่ยังมีสภาพที่สมบูรณ์พร้อมกล่อง ราคาซื้อขายตอนนี้คือ USD 8,000 หรือ 280,000 บาทเท่านั้น




9 MatchBox car
หลายท่านคงพอจะทราบดีกว่ารถเหล็กโบราณตอนนี้เป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่คนเล่นรถเหล็กของไทย หากอยากได้ข้อมูลเพิ่มแนะนำ www.smalldiecastcar.com ครับ คันที่เด็ดที่สุดเห็นจะเป็นคันนี้ครับ 1966 Opel Diplomat ราคาซื้อขายกันตอนนี้คือ USD 9,000 หรือ 315,000 บาท โดยที่คันสมบูรณ์พร้อมกล่องราคาก็จะสูงกว่านี้ไปอีกมาก น่าเสียดายที่ไม่ซื้อตั้งแต่มันออกขายตอนแรกเพราะราคาตอนนั้นแค่ 48 cents เอง







8 Toy Gun
ไม่ต้องตกใจเพราะนี่คือปืน BB gun หรือ airsoft gun ที่เราๆท่านๆที่เป็นชายเหนือชายจะรู้จักกันดี แฟนๆ BB gun น่าจะชอบและคุณถือว่าโชคดีมากๆหากมีกระบอกนี้เจ้า M134 อยู่ในครอบครองเพราะมันเป็นปืน BB gunที่มีอาณุภาพรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างมาและวัสดุนั้นเหล็กล้วนนะ ครับ มันสามารถยิงกระจกนิรภัยที่หนา 1 นิ้วให้กระจุยได้อย่างง่ายๆ สามารถบรรจุกระสุนได้ 3,000 นัดและยิงหมดภายในไม่ถึงนาที ขอบอกเลยว่าตอนนี้ตลาดปืนเป็นที่ต้องการมากเพราะถูกผลิตไม่มากนักโดยที่มือ สองสภาพพอใช้ อุปกรณ์พร้อม ถูกซื้อขายกันที่ USD 9,000 หรือ 315,000 บาทเลยทีเดียว





7 Toy Sewing Machine
ของเล่นสังกะสีชิ้นนี้มีชื่อว่า “สอยผ้าถี่ยิบๆ” ซึ่งถูกประมูลที่ ISMACS ในลอนดอน โดยที่ราคาประมูลไปไกลถึง 6,000 ปอนด์หรือ 360,000 บาท ในเวลาที่รวดเร็วและสุดท้ายเหลือแค่ผู้ประมูล 2 คนที่แข่งกันประมูลอย่างเอาเป็นเอาตายคือหนุ่มเจ้าของโรงงานปักเย็บแห่ง เมืองผู้ดีและมหาเศรษฐีจากเยอรมัน สุดท้ายเสี่ยชาวอังกฤษทุบกระปุกประมูลไปที่ 13,600 ปอนด์หรือ 816,000 บาท





6 Tedy Bear
ตุ๊กตาหมีเป็นของเล่นที่เด็กผู้หญิงและผู้ชายบางคนชื่นชอบมากที่สุดในโลก เชื่อว่าบ้านในโลกนี้ทุกหลังจะมีตุ๊กตาหมีอย่างน้อยๆเลย 1 ตัว เพื่อที่จะฉลองความสำเร็จ 125 ปีของเจ้า Teddy bear บริษัทเยอรมันผู้ผลิตตุ๊กตานี้ได้ทำ limited edition โดยทำตุ๊กตาพิเศษที่ปากคำจากทองคำบริสุทธิ์และลูกตาที่ทำจากพลอยและเพชร ราคาหน้าร้านของมันคือ 43,000 ปอนด์หรือ 2,580,000 บาท และในอเมริกาซื้อขายกันที่ USD 193,000 หรือ 6,755,000 บาท ซึ่งมันกลายเป็นหมีที่แพงที่สุดในโลก!





5 Toy Soldier
ชุดผ้าทหารเคยฮิตมากในไทยพักนึงแต่กระแสก็ตกลงอย่างรวดเร็วด้วยราคาค่าตัวที่ค่อนข้างสูง แต่ราคาคงสูงไม่เท่าตัวนี้ ทหารตัวนี้ออกแบบโดย Don Levine และเป็นต้นแบบให้กับการ์ตูนเรื่อง G.I. Joes ในปี 1963 ที่ดังมากๆในอเมริกา Don ขายตุ๊กตาต้นแบบตัวนี้ให้กับนักธุรกิจชื่อ Stephen A. Geppi ในสิงหาคม 7, 2003 ในงานประมูลแห่งหนึ่งในรัฐเท็กซัส ด้วยราคา USD 200,000 หรือ 7,000,000 บาท


4 Ride-on Toy
หากคุณมีลูกหรือมีหลานอายุระหว่าง 7-15 ปีและอยากให้เป็นที่อิจฉาของเด็กทั้งซอยหรือทั้งหมู่บ้าน แต่ไม่ใช่รถพลาสติกที่ขายตามคลองถมที่ราคาคันนึงพันกว่าบาทนะ เพราะ off-road คันนี้เปรียบเสมือนเอารถจริงๆมาย่อส่วนลงให้เด็กขับเพราะมันใช้วัสดุจริงๆ จากรถจริงๆ เครื่องและช่วงล่างเหมือนรถจริงๆแค่ขนาดเล็กลง ห้องโดยสารมีแอร์ วิทยุ ฯลฯ เหมือนรถจริงๆ … ราคาหรอ อุอุ USD 40,000 หรือ 1,400,000 บาท รู้สึกว่าลูกชายของ David Beckhams จะมีคันนึงนะ




3 PEZ Dispenser
หลายคนคงรู้จัก PEZ ที่เป็นที่ใส่ขนม กระแสมันนั้นไปๆมาๆแบบเนิบๆ เราเห็นกันทุกครั้งที่ไปซื้อของตามซุปเปอร์ แต่หัวนี้ไม่เหมือนทั่วไปเพราะมันถูกผลิตขึ้นมา 2 หัวเท่านั้น! มันถูกทำขึ้นใช้เป็นต้นแบบวำหรับงาน 1982 World’s Fair Astronaut แต่แล้วมันก็ไม่ได้ถูกผลิตเพื่อจำหน่ายแต่อย่างใด ตัวต้นแบบถูกส่งต่อๆกันไประหว่างพนักงานของ PEZ และสุดท้ายมาตกที่บริษัทประมูล ซึ่งล่าสุดมันถูกประมูลไปในราคา USD32,205 หรือ 1,127,175 บาท









2 Hand held video game
ยังไงก็ยังไม่ตาย GameBoy กลับมาในเสื้อผ้าชุดใหม่โดยที่ตัว body ทำจากทองคำ 18K และจอล้อมรอบไปด้วยเพชร เครื่องนี้ถูกตบแต่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในราคา USD 25,000 หรือ 875,000 บาท ไม่ต้องห่วงนะเพราะหากคุณตกลงซื้อเค้าจะแถมสายไฟ และเกมส์ให้ 2-3 เกมส์ อิอิอิ





1 Star Wars Movie Prop
Start Wars หนังสุดฮิตของโลก ไม่ว่าอะไรออกมาในชื่อนี้สามารถขายได้และขายดี แต่นี้น่าจะเป็นสุดปราถนาสำหรับแฟนหนัง Start Wars เพราะมันเป็นหมวก Dart Vader ที่ใช้ในการถ่ายทำจริงๆ มันถูกออกแบบมาสำหรับ Bob Anderson นักกีฬาฟันดาบ Olympics ที่ได้รับบทเป็น Dart Vader โดยเฉพาะ ราคาของมันคือ USD 115,000 หรือ 4,025,000 บาท

วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

“น้ำท่วมรถ“ น่าคิด..สรุปเคลมประกันภัยได้ไหม ?

กลายเป็นเรื่องระดับชาติที่ได้รับการจับตาจากหลายฝ่ายเกี่ยวกับภัยน้ำท่วมที่ทำให้คนจำนวนมากนั้นต้องสูญเสียทรัพย์สินที่อยู่อาศัย และหนึ่งในหลายๆอย่างที่หายวับไปกับตาเมี่อน้ำท่วมนั้น ก็ไม่พ้นรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจำนวนมากจากภัยพิบัติครั้งนี้

เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดทำให้หลายคนวิตกจริต ถึงการฟื้นฟูหลังน้ำท่วมลดลงสภาวะสู่ปกติ แต่ที่ยิ่งไปกว่าเรื่องการฟื้นฟูคงไม่พ้นทุนรอน และกับเรื่องราวยานยนต์หลายคนก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงประกันภัยที่จ่ายเบี้ยปีหนึ่งก็ไม่ใช่ถูกๆ

"รถโดนน้ำท่วม จะเคลมได้ไหม" เป็นความคิดที่หลายคน ใช้ช่วงเวลาที่นั่งดุน้ำเจิ่งนองเต็มหน้าบ้าน อย่างกับ Water World พิจารณาเพื่อหาทางออกให้กับชีวิต และวันนี้เราก็มีคำตอบมาให้เพื่อนๆได้ชื่นใจ เพราะการประกันภัยรถยนต์นั้นคลอบคลุมในเรื่องของภัยต่างๆที่เกิดกับรวมถึงเรื่องราวน้ำท่วมด้วย

หลายคนอาจจะไม่ทราบ แต่เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันนั้น การคลอบคลุมในกรณีภัยพิบัตินั้นจะเข้าข่ายการคุ้มครองก็ต่อเมื่อรถยนต์ของคุณได้มีการทำประกันภัยชั้น 1 หรือ ประเภท 1 ส่วนประกันประเภท 2, 3, 4, 5 ไม่ได้รับความคุ้มครองเรื่องความเสียหายจากน้ำท่วมรถ ดังนั้นหากทำประกันชั้น 1 ไว้ก็อุ่นใจได้ว่า คุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นประกันชั้น 1 ปกติที่ขายโดยทั่วไป หรือจะเป็นประกันชั้น 1 แบบประหยัดที่มีค่ารับผิดส่วนแรก ที่สมัยนี้กำลังเป็นที่นิยมกัน


หลักเกณฑ์การพิจารณาค่าสินไหมทดแทนจากน้ำท่วมนั้น ก็จะมีการแบ่งออกเป็น 2 กรณี สำคัญ โดยพิจารณาจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง คือ

1.การสูญเสียโดยสิ้นเชิง หรือ total loss การสูญเสียเชิงนั้นเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยที่ได้รับการพิจารณาจากบริษัทว่า รถยนต์คันดังกล่าวไม่คุ้มที่จะซ่อมแซมให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมได้ ซึ่ง กรณีดังกล่าวนั้นยังรวมถึงเครื่องยนต์ ที่ต้องได้รับการซ่อมแซมให้สามารถใช้ได้ดังเดิม ก่อนเกิดภัยพิบัติด้วย โดยมากบริษัทประกัน จะประเมินมูลค่าความเสียหายที่ 70 % ของมุลค่ารถคันนั้น ซึ่งหากพิจารณาจากความเสียหาย ในกรณีนี้คือ ท่วมมิดคัน หรือ ท่วมเกินช่วยคอนโซลหน้า ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับทั้งห้องโดยสาร

2.ความเสียหายบางส่วน หรือ partial loss บางครั้งน้ำท่วมนั้นสามารถสร้างความเสียหายได้มาก แต่ทั้งนี้ก้ขึ้นอยู่กับการประเมินของบริษัทประกันด้วยว่า มันเสียหายมากน้อยเพียงใด และถ้ารถคันนั้นไม่เสียหายมากนัก สามารถซ่อมกลับมาใช้ได้ ประกันภัยก็จะตีเป็นลักษณะความเสียหายบางส่วน

ลักษณะความเสียหายบางส่วนนั้น ถือเป็นความรับผิดชอบของประกันในการซ่อมแซมรถที่ประสบภัยให้กลับมาใช้งานได้ปกติ โดยที่ประกันภัยนั้นจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด การคืนสภาพรถคันดังกล่าว ซึ่งรวมตั้งแต่เรื่องเครื่องยนต์กลไก ไปจนถึงการทำความสะอาดต่างๆ ไม่ว่า จะ ค่าใช้จ่ายเรื่องการซักพรม ทำความสะอาดภายใน ก็สามารถเคลมได้ทั้งสิ้น

ขั้นตอนการเคลมประกัน

ในขั้นตอนการเคลมประกันภัยนั้น ถ้าเป็นไปได้ระหว่างน้ำท่วมให้ถ่ายรูปบางส่วนเอาไว้ก่อน และหลังจากน้ำลดแล้ว ให้เราโทรเรียกประกันมาดูความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถ โดยเพื่อความสะดวกมากขึ้น อาจจะเรียกประกันนัดเจอยังแที่จะนำเข้าไปซ่อม ก็ได้ แต่ถ้าจะให้ดีซ่อมที่อู่กลางจะค่อนข้างได้รับความสะดวก


เมื่อประกันรับทราบเคสแล้ว ก็จะดำเนินการประเมินมูลค่าความเสียหาย หากรถของคุณเข้าข่ายข้อแรก ก็จะได้รับเงินจากประกัน โดยเงินจะถูกโอนไปยังผู้เอาประกัน ซึ่งบางครั้งคือไฟแนนซ์ ตรงนี้ต้องตรวจสอบให้ดี

สำหรับกรณีที่ได้รับความเสียหายบางส่วนนั้น เมื่อประกันภัยรับทราบความเสียหายได้รับใบเคลมเรียบร้อย รถเราก็จะได้รับการซ่อมแซมตามสมควร โดยเราสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ตามสมควร และเมื่อรถซ่อมเสร็จนำกลับมาใช้ หากพบปัญหา อันอาจจะเกิดจากภัยที่ได้รับมานั้น สามารถเจ้งอู่หรือประกันได้ทันที เพื่อเคลมความเสียหายต่อเนื่อง

ทั้งนี้การเคลมประกันในกรณีความเสียหายบางส่วนนั้น หากรถคุณไม่ได้มีอาการหนักมา คุณสามารถไปดำเนินการด้วยตัวเอง แล้วเก็บใบเสร็จรอเคลมกับประกันก็ได้ ซึ่งจะได้รับความสะดวกมากกว่ าแต่เอาเป็นว่าถ้าใครกำลังเป็นกังวลกับรถจมน้ำนั้น ก็ไม่ต้องจิตตกไป เพราะงานนี้ประกันเข้าครอบคลุม และเตรียมความพร้อมไว้แล้ว

แนะการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในช่วงน้ำท่วม

อุทกภัยกับกาย-ใจที่ต้องดูแล

ชาวไทยที่ต้องประสบกับน้ำท่วมทุกหลังคาเรือนต้องพบกับความทุกข์ระทมอย่างแสนสาหัส ทุกข์เฉพาะหน้า คือ ขาดแคลนเรื่องอยู่ เรื่องกิน ต้องรอคอยความช่วยเหลือที่หยิบยื่นให้จากภาครัฐและเพื่อนพ้องชาวไทย
น้ำมาครั้งนี้ ข้าวของเครื่องใช้ ยานพาหนะ ที่ต้องหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน ต้องสูญหายไปกับสายน้ำในทันควันไม่ทันตั้งตัว เป็นการสูญเสียที่ไม่มีใครคาดคิดหรือเตรียมตัวได้ทัน
เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาครั้งหนึ่งก็สร้างความเศร้าโศกให้กับผู้ประสบภัยไม่น้อย ไหนจะเสียบ้าน บางคนก็ต้องเสียของรัก ของสะสมที่หายาก อุปกรณ์เครื่องมือที่ซื้อหามาด้วยเงินทอง ที่บางคนอาจต้องหาเงินเป็นปีกว่าจะซื้อมาได้ เรื่องแบบนี้บางทีอาจรับได้ยากเกินในทันที เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้เตรียมใจไว้ตั้งรับ ยังไม่หมดทุกข์เพียงเท่านั้น ยังมีทุกข์ที่เกิดขึ้นในใจ "สุขภาพจิต" คือ เกิดความวิตกกังวล เกิดความซึมเศร้า เกิดความหวาดผวา ประสาทหลอน มิใช่เฉพาะผู้ใหญ่อย่างเรา ยังกระทบไปถึงเด็กและเยาวชน ที่อาจต้องสูญเสีย พลัดพรากจากผู้ปกครองหรือญาติพี่น้องอย่างไม่คาดฝัน

หลังจากน้ำลดอาจจะมีการเยียวยา โดยเฉพาะในด้านทรัพย์สินหากได้รับเต็มกำลังเรื่องก็จบ แต่การเยียวในเรื่องจิตใจไม่ง่าย และรัฐบาลอาจจะละเลย

ทั้งนี้ นายแพทย์ประเวช ตันติพิวัฒนกุล ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิต สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) บอกว่า เหตุการณ์น้ำท่วมอย่างรุนแรงและเป็นบริเวณกว้างนั้น ก่อให้เกิดความเสียหายในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเสียชีวิต เสียทรัพย์สิน ไร่นาเสียหาย สูญเสียแหล่งรายได้ ขาดแหล่งอาหาร เจ็บป่วยและเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บ ถนนหนทางการเดินทางและการติดต่อสื่อสารต่างๆ ขัดข้อง ซึ่งความเสียหายเหล่านี้จะยังคงอยู่ และอาจปรากฏผลชัดเจนขึ้นแม้เมื่อน้ำลดลงแล้ว

สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่กระทบต่อจิตใจ ก่อให้เกิดความเครียดได้มาก โดยแต่ละคน แต่ละครอบครัว ไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็ก จะมีวิธีจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นแตกต่างกัน และปัญหาเพราะสภาพจิตใจของแต่ละคนก็อาจแตกต่างกัน ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาจิตใจได้มาก ได้แก่ ...

ผู้ที่สูญเสียมาก เช่น ญาติเสียชีวิต สูญเสียไร่นา แหล่งรายได้ ขณะที่แหล่งช่วยเหลือน้อย เช่น เครือญาติและชุมชนรอบข้างที่พร้อมให้ความช่วยเหลือมีจำกัด ยังมีปัญหาอื่น ๆ อยู่เดิม เช่น มีโรคประจำตัว พิการ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เจ็บป่วยทางจิตอยู่เดิม

นอกจากนี้ยังอยู่ในชุมชนที่ขาดระบบการจัดการเพื่อช่วยเหลือกันเอง ปัญหาทางจิตใจที่อาจเกิดขึ้นได้ จะเกี่ยวข้องกับความรู้สึกสูญเสียและปัญหาที่เกิดจากสภาพวิถีชีวิตที่ไม่เหมือนเดิม ก่อให้เกิดความกังวลใจ เศร้าโศกเสียใจ ท้อแท้ เบื่อหน่าย สับสน

รวมทั้งยังมีอาการทางกายของความเครียด เช่น ปวดหัว ปวดท้อง นอนไม่หลับ บางรายอาจพบกับเหตุการณ์ตื่นตกใจและเกิดอาการผวา หากความเครียดเป็นอยู่นานก็จะกระทบต่อสภาพร่างกาย ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยได้ง่าย ผู้ที่มีโรคประจำตัวก็อาจมีการกำเริบของโรคขึ้นได้

สำหรับผู้ที่เครียดมากๆ แล้วขาดแหล่งช่วยเหลือ อาจเก็บตัว ไม่พูดคุย ท่าทางเคร่งเครียด ท้อแท้ เศร้าหมอง และในบางรายอาจรู้สึกสิ้นหวังจนถึงกับคิดฆ่าตัวตาย ภาวะซึมเศร้าที่เป็นมากจนความสามารถในการดำเนินชีวิตให้เป็นปกติเสียไป เช่น กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ไม่มีพลังในการทำกิจวัตรประจำวัน

หากเป็นนานต่อเนื่องเกินกว่าสองสัปดาห์ขึ้นไปอาจป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งเป็นโรคทางจิตเวชอย่างหนึ่ง แต่ก็สามารถรักษาให้หายได้ หากพบว่าใครมีความเครียดหรืออารมณ์เศร้าต่อเนื่อง และรบกวนการดำเนินชีวิต ก็ควรได้รับการดูแลทางสุขภาพจิตจากสถานบริการใกล้บ้าน



ทั้งนี้ ช่วงนี้ไปจนถึงหลังน้ำลดจำเป็นจะต้องฟื้นฟูสภาพจิตใจที่สำคัญคือ การใช้พลังชุมชนช่วยเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นเหยื่อของเหตุการณ์ แต่ให้เขาได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาร่วมกันในชุมชน ซึ่งจะช่วยให้เขารู้สึกว่า ชีวิตเขา เขาจัดการแก้ไขได้ด้วยความร่วมแรงร่วมใจกับคนในละแวกบ้านเดียวกัน ในชุมชนเดียวกัน ช่วยให้กลับสู่การดำเนินชีวิตอย่างเป็นปกติอย่างเร็วที่สุด

หรือจะเป็นการช่วยค้นหาผู้มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหา เช่น ผู้มีเหตุสูญเสียรุนแรง ผู้มีแหล่งช่วยเหลือจำกัด ผู้มีปัญหาอื่นๆ อยู่เดิม และในพื้นที่ที่ชุมชนยังอ่อนแอ และเร่งให้ความช่วยเหลือเพื่อนำวิถีการดำเนินชีวิตกลับสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด หากพบปัญหาเจ็บป่วยทางกายหรือใจก็ให้การดูแลช่วยเหลือ

ส่วนการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจตนเองและคนใกล้ตัว ก็สามารถใช้หลักพื้นฐานของการสร้างเสริมสุขภาพ ได้แก่ รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เลี่ยงสารเสพติด นอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกายด้วยวิธีง่ายๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และรู้จักผ่อนคลาย ปล่อยวางให้ได้เท่าที่สภาพสิ่งแวดล้อมจะเอื้อ

พูดคุยกับคนใกล้ตัว ไม่เก็บปัญหาไว้กับตนเอง ปฏิบัติตามหลักคำสอนทางศาสนาของตัวเอง เช่น สวดมนต์ ไหว้พระ ทำสมาธิ มองโลกแง่ดี มีความหวัง และที่สำคัญ กลไกของราชการที่เข้าช่วยเหลือต้องเน้นที่การช่วยเหลือฟื้นฟูชุมชน ให้ชุมชนได้เป็นเจ้าของการแก้ปัญหา แทนการช่วยเหลือแบบสงเคราะห์แต่เพียงอย่างเดียว

ส่วนคนที่ไม่รู้จะหันหน้าไปปรึกษาทางไหนดี ให้ปรึกษาได้ที่หน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทุกแห่ง เพราะมีขีดความสามารถในการดูแลปัญหาสุขภาพจิตอยู่แล้ว และหากบุคลากรสาธารณสุขพบว่าปัญหามีความซับซ้อนเกินความสามารถก็จะส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เหมาะสมต่อไป หรือหากต้องการใช้ระบบโทรศัพท์ในการปรึกษาปัญหา ก็สามารถใช้โทร.สายด่วนสุขภาพจิต หมายเลข 1667 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง




แนะการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในช่วงน้ำท่วม

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแนะการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในช่วงน้ำท่วมโดยห้ามใช้ยานพาหนะ เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ในการอพยพหนีน้ำท่วมอย่างเด็ดขาด เพราะความแรงของกระแสน้ำอาจพัดพาหนะจมน้ำ รวมถึงหลีกเลี่ยงการเดินข้ามลำน้ำที่มีระดับน้ำสูงเหนือเข่าและไหลเชี่ยวกราก เพราะอาจถูกน้ำพัดหรือได้รับอันตรายจากท่อนไม้ ก้อนหิน ที่ลอยมาตามน้ำได้ หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำหรือพายเรือเข้าใกล้เสาไฟฟ้า เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าดูด รวมถึงไม่เข้าไปในบริเวณทางน้ำไหลผ่านหรือร่องน้ำ โดยเฉพาะบริเวณที่มีรอยแยกของหน้าดิน เพราะหากมีฝนตกลงมาซ้ำ ดินอาจอุ้มน้ำไว้ไม่ไหวและพังถล่มลงมาได้

อีกทั้งไม่ลงเล่นน้ำหรือจับปลาในบริเวณที่น้ำท่วม เนื่องจากความแรงของกระแสน้ำอาจพัดพาให้จมน้ำเสียชีวิตได้ เพิ่มความระมัดระวังสัตว์มีพิษที่อาจหนีน้ำขึ้นมาอาศัยอยู่ในบ้านเรือน เช่น งู ตะขาบ ควรสวมรองเท้าบู๊ตทุกครั้งที่ต้องเดินลุยน้ำ เพื่อป้องกันการเหยียบเศษวัสดุที่อยู่ใต้น้ำ เช่น เศษแก้ว กระเบื้อง ตะปู

หากต้องเดินลุยน้ำในช่วงกลางคืนควรใช้ไฟฉายและถือไม้นำทางตลอดเวลา เพื่อป้องกันการเดินตกท่อระบายน้ำที่น้ำท่วมจนมองไม่เห็น ในการช่วยเหลือคนตกน้ำให้ใช้ห่วงยาง ลูกมะพร้าว หรือโยนเชือกให้คนที่ตกน้ำยึดตัวเองไว้ จะปลอดภัยมากกว่าการลงไปช่วยด้วยตัวเอง

ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยสามารถขอความช่วยเหลือที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

แ้ก้ปัญหานอนไม่หลับตามอายุ

หากคุณมีอาการนอนไม่หลับอันเนื่องมากจากสาเหตุต่างๆ เช่น ตั้งครรภ์ เข้าสู่วัยทอง เรามีคำแนะนำเพื่อขจัดปัญหาการนอนหลับของคุณดังนี้

หากคุณมีอายุ 20-39 ปี

- สำรวจว่าตัวคุณเป็นไทรอยด์หรือไม่ โดยเฉพาะหากคุณเพิ่งจะคลอดบุตร เพราะมีการค้นพบแล้วว่า หลังคลอดบุตรจะมีโอกาสป่วยเป็นโรคไทรอยด์เพิ่มขึ้น 5-10 % ซึ่งนับเป็นตัวการที่ส่งผลให้คุณนอนไม่หลับ
- บอกลาความเศร้า เพราะอาการซึมเศร้าจะส่งผลเป็นสองเท่าให้คุณนอนไม่หลับ



หากคุณมีอายุ 40-49 ปี

- สังเกตปัสสาวะ หากพบว่าคุณต้องตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำเพื่อปัสสาวะเป็นประจำทุกคืน นั่นอาจจะเป็นสัญญาณเดือนให้ทราบว่าคุณกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ คุณควรจะไปพบแพทย์ และรักษาให้หาย จะทำให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้น
- ออกกำลังกาย การออกกำลังกายจะช่วยให้คุณหลับลึก ส่งผลให้คุณไม่ต้องตื่นขึ้นมากลางดึก ตัวอย่างการออกกำลังกายของคนวัยนี้คือการเต้นแอโรบิคเป็นเวลา 30 นาทีติดต่อกัน



หากคุณมีอายุ 50 ปีขึ้นไป

- ตรวจสอบยาที่รับประทาน เนื่องจากยาบางชนิดอาจจะส่งผลข้างเคียงที่กระทบกับการนอนหลับของคุณ เช่นยาที่ทำให้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คุณจึงควรปรึกษาแพทย์ถึงแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
- สังเกตอาการของโรค หากคุณเป็นคนที่นอนกรน นั่นอาจเป็นสัญญาณของโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที

ใบเตย…มีดีที่ไม่ใช่แค่กลิ่นหอม

“กลิ่นใบเตย หอมชื่นใจ” …ก็แหมเวลาเราได้กลิ่นหอม ๆ ของใบเตย หรือ “เตยหอม” ผสมอยู่ในขนมไทยทีไร ก็ชวนให้เราอยากคว้าขนมไทยชิ้นนั้นขึ้นมาหม่ำไปซะที (ปกติก็ชอบหม่ำอยู่แล้ว อิอิ)

สำหรับ “เตยหอม” นั้น ทุกคนน่าจะรู้จักกันดีใช่ไหมล่ะจ๊ะ โดยเฉพาะ “ใบเตย” ที่มักถูกนำมาผสมในอาหาร เพื่อให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน แถมยังช่วยแต่งสีเขียวให้กับขนมไทยด้วย ซึ่งคนทั่วไปอาจจะรู้ว่าประโยชน์ของ “เตยหอม” มีเพียงเท่านี้ แต่จริง ๆ แล้ว นอกจาก “เตยหอม” จะมีดีที่ความหอมแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาที่ดีต่อสุขภาพแฝงอยู่ด้วยนะ


โดย “ใบเตยหอม” 100 กรัม จะให้พลังงานถึง 35 กิโลแคลอรี และยังมีคุณค่าทางโภชนาการอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

น้ำ 85.3 กรัม

คาร์โบไฮเดรต 4.6 กรัม

โปรตีน 1.9 กรัม

ไขมัน 0.8 กรัม

กาก 5.2 กรัม

แคลเซียม 124 มิลลิกรัม

ฟอสฟอรัส 27 มิลลิกรัม

เหล็ก 0.1 มิลลิกรัม

เบต้า-แคโรทีน 2.987 ไมโครกรัม

วิตามินบี 2 0.20 มิลลิกรัม

ไนอะซีน 1.2 มิลลิกรัม

วิตามินซี 8 มิลลิกรัม




มาที่สรรพคุณสุดแสนจะน่าอัศจรรย์ของเตยหอมกันบ้าง นอกจากจะนำ “ใบ” มาใช้ผสมอาหาร แต่งกลิ่น ให้สีเขียวแล้ว ผลการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ยังพบว่า “เตยหอม” มีฤทธิ์ทางยาด้วย ดังนี้

ใบ

ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ เพราะใบเตยมีฤทธิ์ลดอัตราการเต้นของหัวใจ จึงช่วยบำรุงหัวใจได้อย่างดี วิธีรับประทานคือ ใช้ใบสดผสมในอาหาร แล้วรับประทาน หรือนำใบสดมาคั้นน้ำรับประทาน ครั้งละ 2-4 ช้อนแกง

ช่วยดับกระหาย เนื่องจากใบเตยมีกลิ่นหอมเย็น หากนำมาผสมน้ำรับประทาน จะช่วยดับกระหาย คลายร้อน ทานแล้วรู้สึกชื่นใจ และชุ่มคอได้เป็นอย่างดี วิธีรับประทานคือ นำใบเตยสดมาล้างให้สะอาด นำมาตำหรือปั่นให้ละเอียด แล้วเติมน้ำเล็กน้อย คั้นเอาแต่น้ำดื่ม

รักษาโรคหัด หรือ โรคผิวหนัง โดยนำใบเตยมาตำแล้วมาพอกบนผิว

รากและลำต้น

ใช้รักษาโรคเบาหวาน เพราะรากและลำต้นของเตยหอมนั้น มีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด วิธีรับประทานก็คือ ใช้ราก 1 กำมือนำไปต้มเป็นน้ำดื่ม ทุกเช้า-เย็น

ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ โดยการนำต้นเตยหอม 1 ต้น หรือราก ครึ่งกำมือ ไปต้มกับน้ำดื่ม

นอกจากนี้ เตยหอม ยังช่วยแก้อ่อนเพลีย ดับพิษไข้ และชูกำลังได้อีกด้วย เห็นสรรพคุณมากมายขนาดนี้แล้ว ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ สำหรับเจ้าพืชสีเขียวใบเรียวชนิดนี้